Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อศึกษาการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาขนาดเล็ก ตามทัศนะของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 2) เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาขนาดเล็กตามทัศนะของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 จำแนกตามตำแหน่งและประสบการณ์ในการทำงาน และ 3) เพื่อรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาขนาดเล็ก ตามทัศนะของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษาและครูในสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 จำนวน 323 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่า t
ผลการวิจัยพบว่า
1. การพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ตามทัศนะของข้าราชการครู โดยรวมอยู่ในระดับมาก และรายด้านอยู่ในระดับมาก
2. การเปรียบเทียบทัศนะของข้าราชการครูต่อการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 จำแนกตามตำแหน่ง และประสบการณ์ในการทำงาน พบว่า
2.1 ข้าราชการครูที่มีตำแหน่งต่างกัน มีทัศนะต่อการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 โดยรวมไม่แตกต่างกัน
2.2 ข้าราชการครูที่มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานต่างกัน มีทัศนะต่อการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 โดยรวมไม่แตกต่างกัน
3. ข้อเสนอแนะในการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานของสถานศึกษาขนาดเล็ก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 1 ตามทัศนะของข้าราชการครู พบว่า ด้านความรู้ ความสามารถควรมีการจัดการศึกษาอบรม ดูงานมากที่สุด และรองลงมาคือควรมีการจัดงานให้ตรงตามความรู้ความสามารถ ด้านทักษะในการปฏิบัติงานควรมีการมอบหมายงานให้ตรงกับความสามารถมากที่สุด และรองลงมาคือ ควรมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับทักษะการทำงาน ด้านพฤติกรรมทางจริยธรรมควรมีการปฏิบัติให้เป็นแบบอย่างที่ดีมากที่สุด และรองลงมาคือควรมีการอบรมส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรม
The purpose of this study was two-fold: to study and compare the personnel development to increase working potentiality at small schools under the jurisdiction of Ubon Ratchathani Office of Educational Service Area 1 as perceived by teachers officials classified by positions and working experiences.
The sample group consisted of 323 school directors and teachers working at small schools attached to Ubon Ratchathani Office of Educational Service Area 1, selected by means of the stratified random sampling. The research instrument was a questionnaire with a five-level Likert scale, which yielded the reliability value of .92. The data were analyzed using percentage, mean, standard deviation, and t-test.
The research findings were as follows:
1. The overall personnel development to increase working potentiality at small schools attached to Ubon Ratchathani Office of Educational Service Area 1 was perceived to bed at a high level.
2. There was no significant difference in the perceptions about the overall personnel development between school directors and teachers.
3. There was no significant difference in the perceptions about the overall personnel development among the teacher officials whose working experiences were different.
Keyword: 1. The Personnel Development 2. Increase Working Potentiality 3. Small Schools