Abstract:
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาสภาพการบริหารจัดการพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่างตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม และเพื่อศึกษาปัญหาการบริหารจัดการพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่างตาม การรับรู้ของผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานพัสดุ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่าง จำนวน 121 คน แบ่งเป็นผู้บริหาร จำนวน 60 คน และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานด้านพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏ จำนวน 61 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ กำหนดขนาดของกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางสำเร็จรูปของ Krejcie and Morgan และได้กลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยในครั้งนี้ เป็นแบบสอบถามเกี่ยวกับสภาพการบริหารจัดการพัสดุและปัญหาการบริหารจัดการพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่าง ที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นตามกรอบภาระงานการบริหารจัดการพัสดุของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยกำหนดประเด็นการศึกษาสภาพการบริหารจัดการพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่างใน 4 ด้าน คือ ด้านการซื้อหรือการจ้าง ด้านการเก็บรักษาพัสดุ ด้านการเบิก จ่ายพัสดุ และด้านการจำหน่ายพัสดุ ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ และข้อคำถามปลายเปิดสำหรับสอบถามข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสภาพการบริหารจัดการพัสดุและปัญหา การบริหารจัดการพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่าง มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ .96 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพการบริหารพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่าง ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมตามการรับรู้ของผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานพัสดุ พบว่า สภาพการบริหารจัดการพัสดุตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมในมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่างในภาพรวม มีการปฏิบัติตามระเบียบในระดับมาก และเมื่อพิจารณาในรายด้าน พบว่า การปฏิบัติในด้านการซื้อหรือการจ้าง ด้านการเบิก จ่ายพัสดุ และด้านการจำหน่ายพัสดุ มีการปฏิบัติตามระเบียบ ในระดับมาก ส่วนด้านการเก็บรักษาพัสดุ มีการปฏิบัติตามระเบียบในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาในรายมหาวิทยาลัยราชภัฏ พบว่า ด้านการซื้อหรือการจ้าง และด้านการเบิก จ่ายพัสดุ มีการปฏิบัติในระดับมากทั้ง 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ด้านการเก็บรักษาพัสดุมีการปฏิบัติตามระเบียบ ระดับมากเพียง 1 ใน 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏ และด้านการจำหน่ายพัสดุมีการปฏิบัติตามระเบียบ ระดับมาก 3 ใน 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้งนี้ มี 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏที่ 5 มีสภาพการบริหารจัดการพัสดุที่ปฏิบัติตามระเบียบในระดับมากทุกด้าน
2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับระดับปัญหาการบริหารพัสดุของมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่าง ตามการรับรู้ของผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานพัสดุ พบว่า ระดับปัญหาการบริหารจัดการพัสดุ ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมมหาวิทยาลัยราชภัฏอีสานตอนล่าง ทั้งในภาพรวมและรายด้าน มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบ อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาในรายมหาวิทยาลัยราชภัฏ พบว่า ในด้านการซื้อหรือการจ้างและด้านการเบิก จ่ายพัสดุ มีปัญหาในการปฏิบัติ ระดับมาก 1 ใน 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ด้านการเก็บรักษาพัสดุ มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบระดับปานกลาง ทั้ง 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ส่วนด้านการจำหน่ายพัสดุ มีปัญหาในการปฏิบัติตามระเบียบระดับมาก 2 ใน 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏ ทั้งนี้ มีเพียง 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีระดับปัญหาในการปฏิบัติในระดับปานกลางทั้ง 4 ด้าน คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏที่ 1 และมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ 5
This study aimed to investigate the state and problems of material supply management at Rajabhat universities in lower northeastern part of Thailand according to the 2535 B.E. Regulation on Material Supplies of Office of the Prime Minister and its amended version. The sample group consisted of 60 administrators and 61 material supply personnel, selected by means of the simple random sampling. The sample size was determined using the Krejcie and Morgan Table. The research instrument was a questionnaire with questions on 4 aspects of material supply management: purchasing and hiring, material keeping, distributing materials, and discarding materials. The questionnaire contained a checklist with a five-level Likert scale and open-ended questions, yielding the reliability value of .96. The data were analyzed using percentage, mean, and standard deviation.
The findings were as follows:
1. The overall performance on material supply of Rajabhat universities in the lower northeastern part was found to be in accordance with the 2535 B.E. Amended Regulations on Material Supply of the Office of the Prime Minister at a high level. When each aspect of the material supply work was considered, the performance on purchasing and hiring, supply distributing, and supply discarding was found to be in accordance with the regulations at a moderate level. When each individual university was considered, all six universities were found to perform in the aspects of purchasing and selling and supply distributing in accordance with the regulations at a high level. One out of six universities performed at a high level on the aspect of supply storing, three universities performed well at a high level in the aspect of supply distributing. There was only one university, the fifth one, found to perform well in accordance with the regulations at a high level in all aspects.
2. The problems of performing the material supply work in accordance with the regulations perceived by the administrators and material supply personnel were found to be in at a moderate level in both overall and individual aspects of material supply work. When each individual university was considered, one university had problems at a high level on the aspects of purchasing and hiring and supply distributing. All six universities had problems on the aspect of supply storing at a moderate level. Two universities had problems on the supply discarding at a high level. Two universities, the first and the fifth ones, had problems in all four aspects at a moderate level.