ปัจจัยทำนายพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของข้าราชการที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ
Factors Predicting Health Promoting Behaviors Among Civil Sevant With Dyslipidemia
Abstract:
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และศึกษาอำนาจการทำนายของการรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติพฤติกรรม การรับรู้อุปสรรคของการปฏิบัติพฤติกรรม การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความรู้สึกที่มีต่อการปฏิบัติพฤติกรรม อิทธิพลระหว่างบุคคล และอิทธิพลจากสถานการณ์ กับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ กลุ่มตัวอย่างเป็นข้าราชการที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ปฏิบัติงานในอำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก จำนวน 267 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม ประกอบด้วย 1) ข้อมูลทั่วไปของบุคคล 2) พฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และ 3) ปัจจัยทำนายพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ ประกอบด้วย การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความรู้สึกที่มีต่อการปฏิบัติพฤติกรรม อิทธิพลระหว่างบุคคล และอิทธิพลจากสถานการณ์ ผ่านการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 5 คน ค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาคของแบบสอบถามพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การรับรู้ประโยชน์ การรับรู้อุปสรรค การรับรู้ความสามารถของตนเอง ความรู้สึกที่มีต่อการปฏิบัติพฤติกรรม อิทธิพลระหว่างบุคคล และอิทธิพลจากสถานการณ์เท่ากับ 0.83, 0.78, 0.88, 0.72, 0.81, 0.73, และ 0.77 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า ข้าราชการที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ มีคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง $(\bar{X}=3.32 \text{ S.D.}=0.40)$ เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า พฤติกรรมการบริโภคอาหาร การออกกำลังกายอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนการงดสูบบุหรี่ การงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และการจัดการความเครียดอยู่ในระดับดี ความรู้สึกที่มีต่อการปฏิบัติพฤติกรรม อิทธิพลระหว่างบุคคล การรับรู้ความสามารถของตนเอง อิทธิพลจากสถานการณ์ มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับปานกลางกับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 $(r=0.527, 0.526, 0.434, 0.393 \text{ ตามลำดับ})$ การรับรู้ประโยชน์ของการปฏิบัติพฤติกรรมมีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับต่ำกับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 $(r=0.121)$ และการรับรู้อุปสรรคของการปฏิบัติพฤติกรรมมีความสัมพันธ์ทางลบในระดับปานกลางกับพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 $(r=-0.314)$ อิทธิพลระหว่างบุคคล ความรู้สึกที่มีต่อการปฏิบัติพฤติกรรม และการรับรู้ความสามารถของตนเอง สามารถร่วมกันทำนายพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพของข้าราชการที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ได้ร้อยละ 41.6 (p<.001)
มหาวิทยาลัยนเรศวร. สำนักหอสมุด
©copyrights มหาวิทยาลัยนเรศวร