Abstract:
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยใช้ระเบียบวิจัยเชิงปริมาณในการสนับสนุนข้อมูล เป็นกรณีศึกษาของครูฟิลิปปินส์ที่สอนนักเรียนไทยระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 ของแผนการเรียน Mini-Program และแผนการเรียน Bilingual Program รายวิชา ESL ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสอนในโรงเรียนสองภาษาแห่งหนึ่งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประเภทและความถี่ของการสลับภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย เพื่อวิเคราะห์หน้าที่และความถี่ของหน้าที่การสลับภาษา โดยดำเนินการเก็บข้อมูลจากการสังเกตการสอนและบันทึกเสียงในชั้นเรียนและวิเคราะห์เชิงพรรณนาข้อมูลจากค่าร้อยละ ผลการศึกษาพบประเภทการสลับภาษาทั้งหมด 3 ประเภท ได้แก่ การสลับภาษาภายในประโยคการสลับภาษาระหว่างประโยค และการสลับภาษาในระดับคำวลีโดยพบประเภทการสลับภาษามากที่สุดคือ การสลับภาษาในระดับคำวลีรองลงมาคือการสลับภาษาระหว่างประโยคและพบน้อยที่สุดคือการสลับภาษาภายในประโยค และผลการศึกษาครั้งนี้ยังพบหน้าที่ในการสลับภาษาทั้งหมด 5 หน้าที่ ได้แก่ การซ้ำข้อความเพื่อเน้นย้ำปรากฏมากที่สุดรองลงมาคือหน้าที่การอธิบายเพิ่มเพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้นถัดมาคือ การอุทาน และการทำให้ข้อความเป็นเรื่องส่วนตัวปรากฏน้อยที่สุด อีกทั้งยังพบหน้าที่อื่น ๆ ปรากฏ การศึกษาในครั้งนี้สามารถเป็นแนวทางในทางการจัดการเรียนการสอนโรงเรียนระบบสองภาษา หรือโรงเรียนที่มีบริบทที่ใกล้เคียง
This research is primarily qualitative, with supporting quantitative data andexaminescode switching between English and Thai of a case study of a Filipino Teacher who taught Thai senior students at bilingual school. The objectives of this research were to study the types and functions of code switching from English to Thai of a Filipino Teacher at a bilingual school who taught the students in Matthayomsuksa 4 and 5 of Mini-Program and Bilingual Program in an English as a Second Language subject with using English in teaching process. The data were collected by recorded observation of sample group. The results are shown in percentages and explanations. The results showed three types of code switching are found intrasentential switching, intersentential switching, and tagswitching. Thetagswitching was found the most frequently while intrasentential switching was the least. This study has also found five functions of code switching; reiteration, message qualification, other functions, interjections and personalization. The reiteration is used the most and the personalization was used the least frequently. This research can shed some light on the teaching management of a bilingual school or a similar school contexts.