แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การศึกษาเปรียบเทียบปัญญาบารมีในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน

Organization : ผู้วิจัย
keyword: ปัญญาบารมี
; พระพุทธศาสนา
; เถรวาทกับมหายาน
Abstract: วิทยานิพนธ์นี้มีจุดประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาปัญญาบารมีในพระพุทธศาสนาเถรวาท 2) เพื่อศึกษาปัญญาบารมีในพระพุทธศาสนามหายาน และ 3) เพื่อเปรียบเทียบปัญญาบารมีในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เน้นศึกษาค้นคว้าจากเอกสาร โดยสำรวจข้อมูลชั้นปฐมภูมิจากพระไตรปิฎก อรรถกถา คัมภีร์เถรวาทและมหายาน และสำรวจข้อมูลชั้นทุติยภูมิจากตำราวิชาการ เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วนำมาเสนอผลการวิจัยด้วยการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ ผลการวิจัยพบว่า ปัญญาบารมีในฝ่ายเถรวาท คือ ความรอบรู้ รู้ชัด รู้แจ้ง เป็นปัญญาที่พระโพธิสัตว์มุ่งบำเพ็ญเพื่อการตรัสรู้ และสั่งสอนสรรพสัตว์ให้เจริญในธรรม ส่วนมหายานใช้คำว่า ปรัชญาปารมิตา หมายถึง ความรู้แจ้งในปุคคลศูนยตาและธรรมศูนยตา คือ ปัญญาในการหยั่งรู้ถึงความเป็นศูนยตาของสิ่งทั้งหลาย คติของมหายานเชื่อว่าจิตทุกดวงมีความเป็นพุทธะอยู่ในตัวเอง เมื่อจิตเข้าใจในสภาพ ศูนยตาจะไม่มีความเห็นแก่ตัวหลงเหลืออยู่ จึงเกิดมีความกรุณาและมุทิตาในสัตว์ทั้งหลายเป็นพุทธะโดยสมบูรณ์ และเมื่อตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ทรงมอบหนทางการหลุดพ้นให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ตราบจนวาระสุดท้ายเข้าสู่ปรินิพพาน ผลการศึกษาเปรียบเทียบพบว่า ความหมายของปัญญาบารมีในเถรวาทไม่ได้จำกัดความเฉพาะพระพุทธเจ้าเท่านั้น แต่ยังใช้กับสาวกทั่วไป ส่วนมหายานจำกัดความแคบลงมาเฉพาะพระโพธิสัตว์เท่านั้น แนวคิดเรื่องปัญญาบารมี ในเถรวาทกล่าวถึงการบำเพ็ญปัญญาในอดีตหลาย ๆ ชาติ เมื่อสมบูรณ์จึงตรัสรู้ธรรมเป็นพระพุทธเจ้า ส่วนมหายานมุ่งเน้นการบำเพ็ญปัญญาในอดีตชาติเช่นกันแต่ต้องบำเพ็ญจนกว่าจะรู้แจ้งในศูนยตาหรือบรรลุพุทธภาวะในที่สุด ลักษณะของปัญญาบารมีทั้งเถรวาทและมหายาน โดยภาพรวมมีความคล้ายกัน กล่าวคือ มีความหมายมุ่งไปที่อนัตตาและศูนยตา เถรวาทให้ความสำคัญกับความรู้ ความเฉลียวฉลาดเฉพาะตัวบุคคล แต่มหายานเน้นกว้างไปถึงความรู้ที่ทำให้รู้แจ้งเห็นจริง เพื่อชี้นำสั่งสอนเหล่าสรรพสัตว์ สำหรับปัญญาบารมีแบ่งเป็น 3 ระดับเหมือนกัน แต่เถรวาทใช้ปัญญาในการช่วยหลือสรรพสัตว์เป็นเกณฑ์ จึงแตกต่างจากมหายานแบบตรงกันข้าม เพราะเถรวาทมุ่งบำเพ็ญปัญญาบารมีเพื่อเข้าสู่จุดหมายสูงสุดก่อนแล้วจึงช่วยเหลือผู้อื่น ส่วนมหายานจะมุ่งเน้นไปที่การบำเพ็ญปัญญาบารมีเพื่อประโยชน์สุขแก่ผู้อื่น การบำเพ็ญปัญญาบารมีของทั้ง 2 นิกาย มีความคล้ายกัน แต่มหายานมีคำสอนสูงยิ่งขึ้นไปกว่าเถรวาท กล่าวคือ เรื่องของการไม่ยึดติดในตัวปรัชญาและปรัชญาปารมิตา จุดมุ่งหมายของการบำเพ็ญปัญญาบารมีทั้ง 2 นิกายนั้นเหมือนกัน กล่าวคือ เพื่อบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ และช่วยเหลือสรรพสัตว์ให้พ้นจากทุกข์ แต่การหลุดพ้นมีรายละเอียดที่ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือ การหลุดพ้นของจิต เถรวาทเชื่อว่าจิตใจมีกิเลส และมักจะมุ่งสู่ที่ต่ำ จิตมีความสกปรก จำเป็นต้องใช้ปัญญาบารมีเป็นตัวควบคุมให้จิตมีความตั่งมั่น แน่วแน่ พากเพียรชำระกิเลสให้หมดและบรรลุธรรม ส่วนมหายาน เชื่อว่าจิตทุกดวงมีความเป็นพุทธะอยู่ในตัวเอง เพียงแต่ใช้ปัญญาบารมี กำจัดสิ่งที่ปิดบังให้ออกจากจิต ความรู้แจ้งนั้นจะปรากฏ จิตจะไม่มีสิ่งปิดบัง เกิดเป็นปัญญาอันยิ่ง และย่อมสั่งสอนสรรพสัตว์ให้หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง
Abstract: The objective of the research is 1) to study the Paññā Pāramī in Theravada Buddhism, 2) to study the Paññā Pāramī in Mahayana Buddhism and 3) to compare the Paññā Pāramī in Theravada Buddhism and Mahayana Buddhism. This is an qualitative research, focusing on studying and researching documents by surveying primary sources from the Tipitaka, Commentaries and scriptures both Theravada and Mahayana. This research also explores secondary information from academic texts and related documents. Then it is presented by analytical description. The results of the research showed that; Paññā Pāramī in the Theravada field meant enlightenment, awakening and realization. This was about Bodhisattava to perform meritorious act for enlightenment and preaching to all creatures. For Mahayana, the word Paramitā philosophy meant the enlightenment in the personal Suñyatā and the Suñyatā Dharma. Both meant the wisdom of knowing the center of all things. Mahayana believed that our mind hided own enlightenment inside. When our mind comprehended the state of Suñyatā, there was no selfishness. Then compassion and generosity would appear to all creatures. It was called Absolutely Buddha. Having become a Buddha, He would point the way of liberation to all beings til the last day of his death (Nirvāna). The results of the comparative study found that meaning of Paññā Pāramī in Theravada did not define only the Buddha but was available to disciples. For Mahayana, it defined only Bodhisattvas. The concept of Paññā Pāramī in Theravada mentioned to perform meritorious act for many lives. When it was completed, it would enlighten to become the Buddha. Mahayana also focused on performing meritorious act in the past lives. And it would practice until realized Suñyatā or Buddhahood. For the characteristics of the Paññā Pāramī, both Theravada and Mahayana Buddhism were similarity in generally, meaning aimed at Anattā and Suñyatā. Theravada focused on knowledge and intelligence individually. But Mahayana focused widely on knowledge which made enlightenment for guiding all beings. Paññā Pāramī was divided into 3 levels. Wisdom in Theravada Buddhism was for help all animals which was different from Mahayana Buddhism. Because of Theravada Buddhism firstly aimed to practice wisdom to reach the highest destination and then help creatures later. Mahayana would focus on practicing Paññā Pāramī for the benefit of the happiness to creatures. For performance Paññā Pāramī, both Theravada and Mahayana Buddhism were similarity. But it is said that the doctrines of Mahayana Buddhism were higher more than Theravada Buddhism, especially non-adherent philosophy and Paramitā philosophy. The aim of perform Paññā Pāramī of both group were similarity. Both group performed Paññā Pāramī for Anuttarasammasambodhiñāna and help all creatures. But a kind of liberation was different. For Theravada, it was believed that our mind was clung with defilement and moved down and was unclean. It must be use Paññā Pāramī to control our mind till standing firm, steadfast and destroyed defilement and liberation at last. For Mahayana, it was believed that our mind hided Buddhahood insides. We should use Paññā Pāramī to destroy hindrances from our mind and enlightenment would appear. Our mind will be have non-hindrances. Supremes wisdom will appear. From then, we would preach all creatures to show the way of liberation from suffering.
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. สำนักหอสมุดและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: library@mcu.ac.th
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Role: อาจารย์ที่ปรึกษา
Created: 2565
Modified: 2023-06-19
Issued: 2566-05-12
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 LlHT1JXL7zQZoduXEUYedhK5Y10qRR8pihTye2Mu.pdf 1.94 MB14 2026-05-26 18:16:01
ใช้เวลา
0.026101 วินาที

พระครูสังฆรักษ์อนันต์กิตติ์ สจฺจญาโณ (พฤฒิรัตน์)
Title Contributor Type
การศึกษาเปรียบเทียบปัญญาบารมีในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระครูสังฆรักษ์อนันต์กิตติ์ สจฺจญาโณ (พฤฒิรัตน์)
พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ. ดร.
พระปลัดกิตติ ยุตฺติธโร, ดร.
วิทยานิพนธ์/Thesis
พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ. ดร.
Title Creator Type and Date Create
การศึกษาเปรียบเทียบปัญญาบารมีในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ. ดร.;พระปลัดกิตติ ยุตฺติธโร, ดร.
พระครูสังฆรักษ์อนันต์กิตติ์ สจฺจญาโณ (พฤฒิรัตน์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตผู้สูงอายุ ตำบลห้วยราชา อำเภอห้วยราช จังหวัดบุรีรัมย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ. ดร.;พระมหาถนอม อานนฺโท, ดร.
พระมหาสุพรรณ สุภทฺโท (สติภา)
วิทยานิพนธ์/Thesis
แนวทางการส่งเสริมประเพณีการทำบุญสารทเดือนสิบ ตำบลบ้านยาง อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ. ดร.;พระมหาถนอม อานนฺโท, ดร.
พระโชคทวี ถาวโร (สงวนศิล)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การประยุกต์หลักอัตถะในพระพุทธศาสนากับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงในการปลูกป่าของนายคำนึง เจริญศิริ ตำบลชุมแสง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ. ดร.;พระครูศรีปัญญาวิกรม, ผศ. ดร.
ณัฐวุฒิ งามสง่า
วิทยานิพนธ์/Thesis
การประยุกต์จิตอาสาเชิงพุทธกับงานอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม) ตำบลเสม็ด อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ. ดร.;ดร.บรรพต แคไธสง
แพรวา เพิ่มพิริยกุล
วิทยานิพนธ์/Thesis
พระปลัดกิตติ ยุตฺติธโร, ดร.
Title Creator Type and Date Create
การศึกษาเปรียบเทียบปัญญาบารมีในพระพุทธศาสนาเถรวาทกับมหายาน
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พระมหาพจน์ สุวโจ, ผศ. ดร.;พระปลัดกิตติ ยุตฺติธโร, ดร.
พระครูสังฆรักษ์อนันต์กิตติ์ สจฺจญาโณ (พฤฒิรัตน์)
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 10
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 4,644
รวม 4,654 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 196,557 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 715 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 392 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 78 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 27 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 17 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 8 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 1 ครั้ง
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ = 1 ครั้ง
รวม 197,796 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.136
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.202