แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

รูปแบบการร่วมมือทำงานของครู ในโรงเรียนมัธยมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
THE COLLABORATIVE WORKING MODEL OF TEACHERS IN SECONDARY SCHOOLS, NORTEAST THAILAND

keyword: การทำงานของครูมัธยม
Abstract: บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบการร่วมมือทำงานของครู 2) พัฒนารูปแบบการร่วมมือทำงานของครู 3) ประเมินรูปแบบการร่วมมือทำงานของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ศึกษาองค์ประกอบการร่วมมือทำงานของครูโดยการสังเคราะห์เอกสาร การศึกษาพหุกรณี และร่างรูปแบบ กลุ่มเป้าหมายคือ โรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีวิธีการปฏิบัติที่ดี จำนวน 4 แห่ง ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ครู ผู้บริหาร นักเรียนและชุมชน ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบ จัดทำคู่มือ และการประเมินรูปแบบโดยการประชุมผู้อ้างอิงผู้ทรงคุณวุฒิ (Connoisseurship) จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความมีประโยชน์ในการนำไปใช้จริง มีการบันทึกการประชุม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยใช้การวิเคราะห์เนื้อหา ระยะที่ 3 ประเมินรูปแบบประกอบด้วย 1) การทดลองใช้รูปแบบในโรงเรียนมัธยมศึกษา จำนวน 1 แห่ง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้พหุวิธีการ ตรวจสอบความเชื่อถือได้ของข้อมูลโดยใช้การตรวจสอบสามเส้า 2) ประเมินรูปแบบโดยชุมชนนักปฏิบัติ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญในการประเมินคือผู้บริหารโรงเรียน และครู จำนวน 20 คน ตรวจสอบความเชื่อถือได้ของข้อมูลโดยใช้การตรวจสอบสามเส้า และเขียนรายงานการวิจัย ผลการวิจัยพบว่า 1. องค์ประกอบการร่วมมือทำงานของครู 5 องค์ประกอบหลัก 15 องค์ประกอบย่อย 80 ตัวชี้วัด ดังนี้ 1) ด้านผู้ปฏิบัติ 3 องค์ประกอบย่อย 12 ตัวชี้วัด 2) ด้านการจัดการ 5 องค์ประกอบย่อย 21 ตัวชี้วัด 3) ด้านกระบวนการและปฏิสัมพันธ์ 5 องค์ประกอบย่อย 22 ตัวชี้วัด 4) การสนับสนุน 1 องค์ประกอบหลัก 5 ตัวชี้วัด 5) บริบท 2 องค์ประกอบย่อย 20 ตัวชี้วัด 2. ผลการพัฒนารูปแบบการร่วมมือทำงานของครูในโรงเรียนมัธยมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือระยะที่ 1 จากการสังเคราะห์เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวของ และจากการ ศึกษาพหุกรณี 4 โรงเรียนมัธยมศึกษาที่มีวิธีการปฏิบัติที่ดี ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือพบว่าองค์ประกอบรูปแบบการร่วมมือทำงานของครูประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก 15 องค์ประกอบย่อย 78 ตัวชี้วัด มีความสอดคล้องผลการประเมินจากการประชุมอ้างอิงผู้ทรงคุณวุฒิ พิจารณาจากคะแนนเฉลี่ยความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความมีประโยชน์ในการนำไปใช้จริง มีค่ามากกว่าร้อยละ 50 ทั้ง 3 รายการ สรุปได้ว่ายอมรับองค์ประกอบ และตัวชี้วัดของรูปแบบในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านความเป็นประโยชน์ใน การนำไปใช้ได้จริงมากที่สุด และสรุปประเด็นสำคัญเพิ่มเติมตัวชี้วัดของรูปแบบ 2 ตัวชี้วัด คือ 1) การสร้างบรรยากาศในการทำงานร่วมกัน อบอุ่นเป็นพี่เป็นน้อง และ 2) ห้องเรียน โรงเรียน สะอาดร่มรื่น และมีความปลอดภัยสูง ได้องค์ประกอบของรูปแบบ 5 องค์ประกอบหลัก 15 องค์ประกอบย่อย 80 ตัวชี้วัด ที่ได้รับการยอมรับ 3. ผลการประเมินรูปแบบการร่วมมือทำงานของครู ซึ่งประกอบด้วย 5 องค์ประกอบหลัก 15 องค์ประกอบย่อย 80 ตัวชี้วัด โดยชุมชนนักปฏิบัติ เปรียบเทียบกับเกณฑ์ในการยอมรับรูปแบบพิจารณาจากค่าเฉลี่ยรายด้านขององค์ประกอบ และตัวชี้วัดมีค่า 3.51 ขึ้นไป ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ไม่เกิน 1 พบว่ายอมรับด้านความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความมีประโยชน์ในการนำไปใช้จริงของรูปแบบการร่วมมือทำงานของครูที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นทุกองค์ประกอบและตัวชี้วัดในระดับมาก
Abstract: ABSTRACT This research aimed to 1) study the components of secondary teachers’ collaborative working; 2) develop the teachers’ collaborative working model in secondary school in the Northeast of Thailand; and 3) evaluate the secondary teacher collaborative working model. This study consisted of three stages. In the first stage, the study of the components of secondary teachers’ collaborative working by documentary analysis, multi-case study and create preliminary collaborative working model. The key informants were 20 administrators, teachers, students and civilians from 4 good practices secondary schools in the Northeast of Thailand. The second stage, the development of secondary teachers’ collaborative working model. Then, operation is done by the connoisseurship to evaluate the proposal model. Nine experts were included in the connoisseurship. The third stage, the creation of manual and model implementation in a secondary school and evaluation by 20 collaborative practices. The research tools were; 1) document analysis forms 2) semi-structure Interview and connoisseurship proceeding for collaborative working model evaluation. The obtained ata were analyzed by using content analysis, mean score, and standard deviation. The finding of the study revealed that; 1. Collaborative working model of teachers in secondary schools in the Northeast of Thailand consisted of 5 main components namely: 1) practitioner, 2) management, 3) procedure and interaction, 4) support, and 5) context. The 15 sub-components, and 80 indicators included; 1) the practitioner consists of 3 sub-components and 9 indicators; 2) the management consists of 5 sub-components and 21 indicators relational theory; 3) the work process and interaction process consists of 5 sub-components and 22 indicators factors effort; 4) the supporting consists of one sub-component and 5 indicators, and 5) the context consists of 2 sub-components and 20 indicators. 2. The results of the study state how to develop collaborative working model for teacher from the multi-case study were conceived by high expertise in education and educators connoisseurship also at the high level. When each aspect was taken into consideration; the findings are presented within the appropriateness, feasibility, and utility mean score were higher than 50. The utility was the highest means. The conclusion information from connoisseurship operation are atmosphere for teachers’ collaboration, safety health and environmental school indicators were adding. So the 5 components, the 15 sub-components, and the 80 indicators of collaborative working model for teacher in secondary school were agreement. 3. The results of the components and indicators of luminaries at the implementing assessment showed that the collaborative working model for teacher suggests that likelihood of success with collaborations conceived by research studied, high expertise in education and educators. When the specific criterion was taken into consideration the average value was more than 3.51. The results of the components and indicators of luminaries at the implementing assessment showed that the appropriateness, feasibility, and utility agreement overall, all luminaries at the high level.
มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. ศูนย์วิทยบริการ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
Address: ร้อยเอ็ด
Email: lib.reru101@gmail.com
Role: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. วิชิต กำมันตะคุณ
Modified: 2565-09-07
Issued: 2565-09-07
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 สุรินธร วังคะฮาด.rar 8.84 MB75 2026-05-26 18:16:01
ใช้เวลา
0.019409 วินาที

สุรินธร วังคะฮาด
Title Contributor Type
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดย Storyline Method เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สุรินธร วังคะฮาด
คงศักดิ์ ธาตุทอง
อรทัย มูลคำ
นพดล เจนอักษร
วิทยานิพนธ์/Thesis
การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยวิธีสเตอรีไลน์เพื่อการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
สุรินธร วังคะฮาด ;คงศักดิ์ ธาตุทอง ;อรทัย มูลคำ ;นพดล เจนอักษร

บทความ/Article
รูปแบบการร่วมมือทำงานของครู ในโรงเรียนมัธยมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
สุรินธร วังคะฮาด
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยุวธิดา ชาปัญญา
วิทยานิพนธ์/Thesis
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยุวธิดา ชาปัญญา
Title Creator Type and Date Create
รูปแบบการร่วมมือทำงานของครู ในโรงเรียนมัธยมศึกษา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ยุวธิดา ชาปัญญา
สุรินธร วังคะฮาด
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 13
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 1,950
รวม 1,963 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 133,112 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 1,159 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 853 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 137 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 66 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 25 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 15 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 12 ครั้ง
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ = 6 ครั้ง
รวม 135,385 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.134
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.217.58