การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรแบบมีส่วนร่วมของชุมชนในเขตเทศบาลตำบล จังหวัดกาฬสินธุ์
Development of entire garbage management model with community participation in Sub-district Municipalities, Kalasin Province
Abstract:
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยของครัวเรือน ชุมชนและเทศบาลตำบลในจังหวัดกาฬสินธุ์ 2) ศึกษาความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ และความต้องการของตัวแทนครัวเรือนในการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรแบบมีส่วนร่วมของชุมชน 3) พัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรแบบมีส่วนร่วมของชุมชนในเขตเทศบาลตำบล 4) ประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนในด้านความรู้ เจตคติ การปฏิบัติและการมีส่วนร่วมของตัวแทนครัวเรือน โดยเปรียบเทียบก่อนกับหลังการใช้รูปแบบและเปรียบเทียบ หลังการใช้รูปแบบตามปัจจัยส่วนบุคคล 5) เปรียบเทียบผลการเปลี่ยนแปลงการจัดการขยะมูลฝอยก่อนกับหลังการใช้รูปแบบ การวิจัยครั้งนี้ดำเนินการในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์เนื่องจากมีปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มสูงในอัตราก้าวหน้ามากกว่าร้อยละ 20 ต่อปี (2554-2556) เป็นการวิจัยและพัฒนาแบ่งการวิจัยเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาสภาพและปัญหาการจัดการ ขยะมูลฝอย และศึกษาความรู้ เจตคติ การปฏิบัติ และความต้องการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ประชากรในการวิจัยเป็นตัวแทนครัวเรือนในเทศบาลตำบลในจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 271,232 คน กำหนดกลุ่มตัวอย่างตามตารางสำเร็จรูปของเครจซี่ และมอร์แกน ได้จำนวน 384 คน สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์สภาพและปัญหาที่มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 2) แบบทดสอบความรู้ที่มีค่าความยากง่ายเท่ากับ 0.84 ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ อยู่ระหว่าง 0.70 ถึง 0.80 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.84 3) แบบสอบถามเจตคติ มีค่าความเชื่อมั่น เท่ากับ 0.91 และ 4) แบบสอบถามการปฏิบัติ มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.88 ระยะที่ 2 การพัฒนารูปแบบ ดำเนินการเป็น 4 ขั้นตอน คือ 1) สร้างรูปแบบโดยการประชุมแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ผู้บริหารและพนักงานเทศบาล ผู้นำชุมชนและตัวแทนครัวเรือนจากเทศบาล 3 แห่ง รวม 70 คน เครื่องมือเป็นประเด็นการประชุม 2) ประเมินคุณภาพของรูปแบบ โดยผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการจัดการขยะมูลฝอยและด้านการมีส่วนร่วมของชุมชน จำนวน 5 คน เครื่องมือเป็นแบบประเมิน มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 3) ปฏิบัติการตามรูปแบบ ในเขตเทศบาลตำบลสมเด็จ รวม 6 ชุมชน โดยเลือกครัวเรือนที่อาสาสมัคร ชุมชนละ 55-60 ครัวเรือน รวม 340 ครัวเรือน และ 4) ประเมินคุณภาพของรูปแบบตามทัศนของผู้ร่วมปฏิบัติ เครื่องมือเป็นแบบประเมินที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.89 ระยะที่ 3 ประเมินผลการใช้รูปแบบ กลุ่มตัวอย่างเป็นตัวแทนครัวเรือนที่เข้าร่วมปฏิบัติการ เครื่องมือ ได้แก่ แบบทดสอบความรู้ แบบสอบถามเจตคติและ การปฏิบัติที่ใช้ในระยะที่ 2 แบบสอบถามการมีส่วนร่วมที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.89 และ แบบบันทึกการจัดการขยะมูลฝอยก่อนกับหลังการใช้รูปแบบ การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและใช้สถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที และการทดสอบค่าเอฟ ผลการวิจัย พบว่า 1. สภาพการจัดการขยะมูลฝอยในเขตเทศบาลตำบล จังหวัดกาฬสินธุ์ พบว่า กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้จัดวางถังขยะในชุมชนระยะห่าง 5-10 เมตร จัดเก็บ ขนย้าย ขยะมูลฝอยไปกำจัดโดยฝังกลบในบ่อขยะของแต่ละเทศบาล มีขยะเฉลี่ยเทศบาลละ 210 ตันต่อเดือน และเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 10-20 ต่อปี ส่วนปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย คือ ครัวเรือนไม่คัดแยกขยะ ชุมชนมีส่วนร่วมน้อย เทศบาลไม่ได้รณรงค์ให้ประชาชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการขยะมูลฝอยอย่างต่อเนื่องและครบวงจร 2. ตัวแทนครัวเรือนในเขตเทศบาลตำบล จังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนใหญ่มีความรู้ในการจัดการ ขยะมูลฝอยอยู่ระดับต่ำ (ร้อยละ 40.53) มีเจตคติและการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง ( = 3.10, S.D. = 0.62, = 3.25, S.D. = 0.59) และมีความต้องการเข้าร่วมกิจกรรมการจัดการขยะมูลฝอยในระดับมาก (ร้อยละ 88.28) ในด้านการคัดแยกและการนำขยะมาใช้ประโยชน์โดยครัวเรือนและชุมชน 3. การพัฒนารูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรแบบมีส่วนร่วมของชุมชน ได้ใช้แนวคิดการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนตามหลัก 5 Rs ของกรมควบคุมมลพิษและการมีส่วนร่วมของโคเฮน และอัฟฮอฟ มาพัฒนาเป็นรูปแบบที่ยึดหลักการจัดการขยะโดยครัวเรือนจากต้นทาง ถึงปลายทาง และใช้กิจกรรมการมีส่วนร่วมในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การสร้างแกนนำชุมชน การสร้างจิตอาสาครัวเรือน การจัดตั้งกองทุนและตลาดนัดขยะรีไซเคิลชุมชน และการจัดการปันผลคืนกำไร แล้วสรุปเป็นรูปแบบการจัดการขยะที่มีองค์ประกอบ 4 ส่วน ได้แก่ 1) คนในชุมชนต้องมี การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง 2) ต้องมีส่วนร่วมในทุกกิจกรรม 3) ต้องลงมือปฏิบัติจัดการขยะจากต้นทางถึงปลายทางอย่างจริงจัง และ 4) ทุกภาคส่วนในชุมชนต้องรวมพลังมุ่งสู่ความสำเร็จ ซึ่งได้รูปแบบ เป็น LPAC Model ผลการประเมินรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า มีค่าดัชนีความสอดคล้องเหมาะสมทุกรายการ และผลการประเมินรูปแบบโดยผู้เข้าร่วมปฏิบัติการ พบว่า รูปแบบมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ( = 4.54, S.D. = 0.50) 4. ผลการประเมินหลังการใช้รูปแบบการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรแบบ มีส่วนร่วมของชุมชน พบว่า ตัวแทนครัวเรือนมีความรู้ เจตคติ การปฏิบัติและการมีส่วนร่วมในระดับ มากที่สุดทุกรายการ และมีความรู้ เจตคติ การปฏิบัติและการมีส่วนร่วมหลังการใช้รูปแบบสูงกว่า ก่อนการใช้รูปแบบ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 เมื่อเปรียบเทียบตามปัจจัยส่วนบุคคลหลังการใช้รูปแบบ พบว่า ตัวแทนครัวเรือนที่มีรายได้ต่างกัน มีเจตคติและการปฏิบัติแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 5. ผลการเปลี่ยนแปลงการจัดการขยะมูลฝอย พบว่าปริมาณขยะมูลฝอยชุมชนจาก ก่อนการใช้รูปแบบ 8,234 กิโลกรัม หลังการใช้รูปแบบเหลือ 4,565.20 กิโลกรัม ลดลงร้อยละ 44.57 โดยแตกต่างจากก่อนการใช้รูปแบบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และได้เกิดแบบแผนใหม่ ในการจัดการขยะมูลฝอยอย่างครบวงจรโดยมีการคัดแยกขยะจากต้นทางและการจัดการที่ปลายทางโดยใช้การมีส่วนร่วมของชุมชนและเทศบาลด้วยการจัดตั้งกลุ่มแกนนำจัดการขยะชุมชน กลุ่มจิตอาสารักษ์สิ่งแวดล้อมครอบครัว กองทุนจิตอาสารักษ์สิ่งแวดล้อมชุมชนและตลาดนัดขยะรีไซเคิลชุมชน
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Role:
ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์.
CallNumber:
วพ 628.3 อ252ก 2560
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ