แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

นิราศคำกลอนสมัยรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงวิเคราะห์
Niras Khamlon in the Ratanakosin period from the reign of King Rama V to the Present King : an analytical study

ThaSH: นิราศ
Abstract: วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มุ่งศึกษาวิเคราะห์นิราศคำกลอนสมัยรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลปัจจุบัน จำนวน 112 เรื่อง ในด้านรูปแบบคำประพันธ์เนื้อหา กลวิธีการเสนอเรื่อง และศิลปะการแต่ง ผลการวิจัยปรากฏว่านิราศคำกลอนในช่วงเวลาดังกล่าวมีรูปแบบคำ 2 ประเภทคือ กลอนล้วน กับกลอนและมีคำประพันธ์ประเภทอื่นแทรก มีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ บทนำ บทตัวเรื่อง และบทลงท้าย ส่วนที่เป็นบทนำกล่าวถึง การไหว้ครู การปูพื้นฐานทางอารมณ์ การบอกสาเหตุของการเดินทาง กำหนดเวลาเดินทาง และลักษณะการเดินทาง จุดประสงค์และมูลเหตุในการแต่ง การกล่าวถึงสถานที่แห่งแรกที่เดินทางผ่านไป การกล่าวถึงคำขวัญหรือถ้อยคำเตือนสติของผู้ใหญ่ที่ให้ไว้ก่อนเดินทาง ส่วนที่เป็นบทตัวเรื่องกล่าวถึงสิ่งที่พบเห็นระหว่างการเดินทาง อารมณ์และความรู้สึกของผู้แต่ง ทัศนะของผู้แต่ง ส่วนที่เป็นบทลงท้ายกล่าวถึงการบรรลุถึงสถานที่ที่เป็นจุดหมายปลายทาง การพบผู้เป็นที่รักเมื่อเดินทางกลับ การบอกจุดประสงค์ในการแต่งและคำชี้แจงเกี่ยวกับการแต่ง คำอวยพรแก่ผู้อ่าน และคำอธิษฐานของผู้แต่ง การเตือนใจให้ข้อคิดทั้งหมดเป็นส่วนที่ให้ความรู้ สะท้อนชีวิตในสังคม และสอนใจเกี่ยวกับสังคมและศาสนา กลวิธีการเสนอเรื่องมี 3 แบบคือ การบรรยาย การใช้คำถามคำตอบและการใช้บทสนทนาโต้ตอบ ซึ่งกลวิธีต่าง ๆนี้ทำให้นิราศคำกลอนนี้น่าสนใจชวนให้ติดตาม ศิลปะการแต่งนิราศคำกลอนในช่วงที่วิเคราะห์ทั้งในด้านโวหารและการใช้ภาษา มีส่วนช่วยในการสื่อความคิดและสร้างภาพธรรมชาติที่งดงามและทำให้เกิดความไพเราะ ผลของการเปรียบเทียบนิราศคำกลอนที่แต่งก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กับนิราศคำกลอนที่แต่งตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ถึงปัจจุบัน สรุปได้ว่ามีส่วนที่เหมือนกันและต่างกันคือ ในด้านแนวการตั้ง มีแนวการแต่งที่เหมือนกันอยู่ 5 แนวคือ แนวที่แสดงความในใจของผู้แต่ง แนวบันทึกการเดินทางแนวจากวรรณคดีเรื่องอื่น ๆ แนวที่มาจากการฝันรำพึง แนวจากการผสมระหว่างการคร่ำครวญกับการสมมติว่าเดินทางจากผู้เป็นที่รักไป แนวการแต่งที่ต่างกันมี 2 แนวคือ แนวที่แสดงทัศนะที่มีต่อสังคมและแนวการล้อลักษณะการใช้สำนวนภาษาวรรณกรรมเรื่องอื่น ในด้านส่วนประกอบของเนื้อหา มีส่วนประกอบของเนื้อหาในบทนำและบทลงท้ายเหมือนกัน ส่วนประกอบของเนื้อหาในบทตัวเรื่องต่างกัน ในด้านศิลปะการแต่งมีโวหารและการใช้ภาษาที่ใช้วิธีในแนวที่เหมือนกัน ต่างกันในด้านรายละเอียดในการพรรณนา นิราศคำกลอนที่แต่งก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เก็บรายละเอียดในการพรรณนาชมธรรมชาติได้มากกว่านิราศคำกลอนในสมัยที่วิเคราะห์นี้ ในด้านแก่นเรื่องและกลวิธีการเสนอเรื่อง แก่นเรื่องของนิราศคำกลอนบางเรื่องเหมือนกันคือใช้การคร่ำครวญเป็นแก่นเรื่อง บางเรื่องต่างกันคือใช้การบันทึกการเดินทางเป็นแก่นเรื่อง กลวิธีการเสนอเรื่องที่เหมือนกันคือการบรรยายกับการใช้บทสนทนา กลวิธีการเสนอเรื่องที่ต่างกันคือการใช้คำถาม – คำตอบ ซึ่งนิราศในช่วงที่วิเคราะห์นี้มีใช้เพิ่มขึ้น ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดในการเปรียบเทียบคือ นิราศคำกลอนสมัยที่วิเคราะห์นี้ได้แสดงทัศนะและเนื้อหาในทำนองวิพากษ์วิจารณ์สังคมมากขึ้นกว่านิราศคำกลอนในสมัยก่อน ๆ ในการศึกษาวิทยานิพนธ์เรื่องนี้ ผู้วิจัยใคร่จะขอเสนอให้มีการศึกษานิราศประเภทอื่น เช่น นิราศคำฉันท์ หรือ นิราศที่แต่งเป็นร้อยแก้วเพื่อจะได้ศึกษาและสังเกตุเห็นแนวโน้มในการแต่งนิราศในสมัยต่อมาได้
Abstract: This thesis is an analytical study of Niras Khamklon (poetic narrative) of the Ratanakosin Period from the reign of Rama V to the present time. These 112 selections are studied in terms of their poetic forms, content, presentation, and style. The study reveals that Niras Khamklon during this period are of 2 types, those written in one form verse “klon”, and those written in klon and other different forms of verse. In general, the subject-matter of Niras consists of introduction, main content and conclusion. The introductory part invocation to patron gods and expression of gratitude to mentors, creation of the atmosphere, reasons of the journey, time of departure, means of transportation, the purpose of the poem, the first spot passed by, and finally advice given by elders before the departure. The second part describes various sights during the journey, the poet’s emotions, feelings and attitudes. The last part tells of the arrival at the destination, the reunion with the loved one, the poet’s purpose restated, the poet’s well wishing and his aspiration, lessons to be learned. Niras is a fund of information on life and society of the time and there are lessons to be drawn concerning society and religion. In terms of presentation, three techniques are used: description, question and answer, and dialogue. These different techniques make Niras Khamklon interesting. The art of Niras Khamklon during this period, the diction and style, stirs the imagination, creates beautiful scenery and makes the poetry melodious. In comparing Niras Khamklon as composed in the time before Rama V with those composed in his reign to the present time, we can conclude that there both similarities and differences. The five similarities lie in the revelation of the poet’s mind, the description of the journey, influence from other pieces of literature dreaming, and lamenting combined with a supposed journey away from the lover. The two differences can be seen in attitudes towards society and a parody of diction used in other works of literature. Next, as for the contents of Niras of both periods, the subject-matter of the introduction and that of the conclusion are somerwhat similar while the subject matters of the main theme are different. Speaking about techniques used, diction and style are the same whereas the details in the description of the journey are different. Niras Khamklon composed before Rama V give more details when describing nature. As for/theme and presentation, some Niras khamklon use lament as their main theme whereas others use detailed description. Niras of both period are similar in that they are presented in the of description and dialogue but the works of the period being analysed are different because they are presented in the form of question and answer. The question answer technique is used more in Niras Khamklon of the time studied. The most significant difference is that Niras Khamklon of this period emphasizes social criticism more strongly. In doing this research, the researcher would like to suggest that other kinds of Niras such as Niras Knamchan of Niras in prose should be studied to see trends in composing Niras in the later periods.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานวิทยทรัพยากร
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: cuir@car.chula.ac.th
Role: ที่ปรึกษา
Created: 2528
Modified: 2561-09-13
Issued: 2561-05-02
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
ISBN: 9745641472
tha
©copyrights จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 Permporn_Si_front.pdf 599.65 KB32 2024-12-10 18:33:07
2 Permporn_Si_ch1.pdf 308.64 KB26 2024-09-01 12:00:38
3 Permporn_Si_ch2.pdf 4.86 MB23 2024-09-01 12:00:42
4 Permporn_Si_ch3.pdf 892.54 KB14 2022-08-05 17:49:25
5 Permporn_Si_ch4.pdf 1.71 MB12 2022-08-05 17:49:02
6 Permporn_Si_ch5.pdf 2.03 MB6 2022-03-07 16:30:13
7 Permporn_Si_ch6.pdf 627.41 KB8 2024-07-21 21:53:05
8 Permporn_Si_back.pdf 1.25 MB5 2022-03-07 16:30:44
ใช้เวลา
0.044165 วินาที

รัตนา โอษฐ์ยิ้มพราย
วัชรี รมยะนันทน์
Title Creator Type and Date Create
การศึกษาเชิงวิเคราะห์ลิลิตกระบวนแห่พระกฐินพยุหยาตราฯ พระนิพนธ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสฯ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัชรี รมยะนันทน์
นิพนธ์ ทิพย์ศรีนิมิต
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาเชิงวิเคราะห์ลิลิตเพชรมงกุฎของเจ้าพระยาพระคลัง (หน)
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัชรี รมยะนันทน์
วารี ตัณฑุลากร
วิทยานิพนธ์/Thesis
บทบาทผู้หญิงในนวนิยายและเรื่องสั้นของหลวงวิจิตรวาทการ : การศึกษาเชิงวิเคราะห์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัชรี รมยะนันทน์;สมบัติ จันทรวงศ์
วาสนา บุญสม
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาเชิงวิเคราะห์งานเขียนของนิมิตร ภูมิถาวร
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัชรี รมยะนันทน์
ปริญญา ฤทธิ์เจริญ
วิทยานิพนธ์/Thesis
นวนิยายไทยระหว่าง พ.ศ. 2501-2506 : การวิเคราะห์แนวคิด
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัชรี รมยะนันทน์
บาหยัน อิ่มสำราญ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การศึกษาเชิงเปรียบเทียบเรื่องกากี ฉบับต่างๆ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัชรี รมยะนันทน์
จิรวรรณ คงจิตต์
วิทยานิพนธ์/Thesis
นิราศคำกลอนสมัยรัตนโกสินทร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลปัจจุบัน : การศึกษาเชิงวิเคราะห์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วัชรี รมยะนันทน์
รัตนา โอษฐ์ยิ้มพราย
วิทยานิพนธ์/Thesis
อลังการในมหาชาติคำหลวง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา;คมคาย นิลประภัสสร;วัชรี รมยะนันทน์
ลัลลนา ศิริเจริญ
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปัญญาสชาดก : ประวัติและความสำคัญที่มีต่อวรรณกรรมร้อยกรองของไทย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;คมคาย นิลประภัสสร;ศักดิ์ศรี แย้มนัดดา;วัชรี รมยะนันทน์
นิยะดา สาริกภูติ
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.132
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.216.104