แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยของตำบลวังบ่อ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์
Participatory learning management model for people in the garbage management of Wangbor Subdistrict, Nong Bua District, Nakhon Sawan Province

keyword: การมีส่วนร่วมของประชาชน
ThaSH: สิ่งแวดล้อม -- การศึกษาและการสอน
Classification :.DDC: 363.728
Abstract: การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและปัญหาในการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 2) ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน การประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 3) พัฒนารูปแบบ การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 4) ศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีการดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพและปัญหาในการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 380 คน ได้มาโดยใช้วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ แบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.96 การวิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 2 ศึกษา วิเคราะห์ เอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบบันทึกข้อมูลและสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างและการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์ เชิงเนื้อหา ขั้นตอนที่ 3 พัฒนารูปแบบ การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้ข้อมูลจากขั้นตอนที่ 1 และ 2 หลังจากนั้นตรวจสอบรูปแบบการดำเนินงาน การประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้เทคนิคการประชุมสนทนากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 9 คน การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และขั้นตอนที่ 4 ศึกษาความคิดเห็นของครูที่มีต่อรูปแบบการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ครูในสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 310 คน ได้มาโดยใช้วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถาม แบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยคำนวณหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1. สภาพและปัญหาการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1) สภาพและปัญหาการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามกรอบวงจรคุณภาพ พบว่า 1.1) สภาพการดำเนินงานการประกันคุณภาพ การศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ( = 3.73) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีสภาพการดำเนินงานสูงสุด คือ การดำเนินงานตามแผนงาน ( = 3.77) ส่วนด้านที่มีสภาพการดำเนินงานต่ำสุด คือ การปรับปรุงและพัฒนา ( = 3.71) ส่วน 1.2) ปัญหา การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย ( = 2.35) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีปัญหาการดำเนินงานสูงสุด คือ การวางแผนการปฏิบัติงาน ( = 2.39) ส่วนด้านที่มีปัญหาการดำเนินงานต่ำสุด คือ การปรับปรุงและพัฒนา ( = 2.29) และ 2) สภาพและปัญหาการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามขั้นตอนการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา พบว่า 2.1) สภาพ การดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ( = 3.68) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีสภาพการดำเนินงานสูงสุด คือ การประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา ( = 3.79) ส่วนด้านที่มีสภาพการดำเนินงานต่ำสุด คือ การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา ( = 3.60) ส่วน 2.2) ปัญหาการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในภาพรวมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับน้อย ( = 2.26) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่า ด้านที่มีปัญหาการดำเนินงานสูงสุด คือ จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา ( = 2.30) ส่วนด้านที่มีปัญหาการดำเนินงานต่ำสุด คือ การจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน ( = 2.21) 2. ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วย 1) นโยบายและยุทธศาสตร์ ที่เน้นการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เกิดผลกับผู้เรียน 2) ภาวะผู้นำที่เน้นการยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ 3) การบริหารบุคคลในองค์กร ที่เน้นการจัดวางตัวบุคคลที่มีความรู้ความสามารถตรงกับงาน 4) กระบวนการทำงานยึดกระบวนการวางแผนการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วม 5) ทรัพยากรที่ใช้ในการปฏิบัติงาน ที่เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า 6) บรรยากาศในการทำงาน ที่เสริมสร้างการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และ 7) การติดต่อสื่อสารที่มีความหลากหลายในช่องทางการสื่อสาร 3. รูปแบบการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบหลัก คือ วงจรคุณภาพเชิงซ้อนและเงื่อนไขความสำเร็จ โดย องค์ประกอบวงจรคุณภาพเชิงซ้อน ประกอบด้วย 2 องค์ประกอบย่อย คือ องค์ประกอบวงจรคุณภาพ ประกอบด้วย 1) การวางแผน 2) การดำเนินงานตามแผนงาน 3) การตรวจสอบการติดตามประเมินผล 4) การปรับปรุงพัฒนา และองค์ประกอบขั้นตอนการดำเนินงานประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประกอบด้วย 1) กำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 2) จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา 3) จัดระบบบริหารและสารสนเทศ 4) การดำเนินงานพัฒนาตามแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา 5) การติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษา 6) การประเมินคุณภาพภายในตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 7) การจัดทำรายงานประจำปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายใน และ 8) การพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และองค์ประกอบเงื่อนไขความสำเร็จ มี 7 องค์ประกอบย่อย ได้แก่ นโยบายและยุทธศาสตร์ ภาวะผู้นำ การบริหารบุคคลในองค์กร กระบวนการทำงาน ทรัพยากรที่ใช้ในการปฏิบัติงาน บรรยากาศในการทำงาน และการติดต่อสื่อสาร 4. ครูมีความคิดเห็นต่อรูปแบบการดำเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถานศึกษา สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาพรวมมีความเป็นไปได้ของรูปแบบ อยู่ในระดับมาก ( = 4.03) และความมีประโยชน์ของรูปแบบ อยู่ในระดับมาก ( = 4.12)
Abstract: The objectives of this research were to 1) study the state of the problem of the garbage management of Wangbor subdistrict, Nong Bua district, Nakhon Sawan province 2) study the categories and amount of garbage in Wangbor subdistrict, 3) develop a participatory learning model for people in the garbage management of Wangbor subdistrict, and 4) compare the knowledge, attitudes and practices of people in garbage management before and after participatory learning classified by gender, age and education level. This research used mixed methods and was divided into 4 stages. Stage1; the state of the problems of the garbage management of Wangbor subdistrict, Nong Bua district, Nakhon Sawan province. The sample consisted of 351 respondents taken from the representatives of household who played a role in garbage management. It was selected by simple random sampling. The tool for data collection was a questionnaire with a reliability of 0.82 and the statistics used for the data analysis were percentage, mean and standard deviation. The sample for the public hearing consisted of 37 community leaders who were selected by purposive sampling. The tool used was the form of public hearing and the data was analyzed by content analysis. Stage 2; studying the categories and amount of garbage with a sample of 30 people taken from the role players in village 9. They were selected by purposive sampling and the tool used was a survey form. The data were analyzed using percentages. Stage 3; developing the model by studying the 30 people from village 9 which were selected by purposive sampling. The tools used were observation forms and focus group discussion forms at the IOC of 1.00. The data were analyzed using content analysis. Stage 4; try out the model and compare the knowledge, attitudes and practices in the garbage management using the same sample of 30 people from village 9 The tool for data collecting was a questionnaire with aspect of knowledge and a discriminant power of more than 0.25 and a difficulty value between 0.60-0.76, IOC of 1.00, and reliability of 0.84. The aspect of attitude had an IOC of 0.97, and a reliability of 0.89, and the aspect of practices had an IOC of 1.00, and a reliability of 0.88. The statistics used for the data analysis were mean, standard deviation, t-test and F-test. The research results as follows: 1) The state of the problems of the garbage management of Wangbor subdistrict, Nong Bua district, Nakhon Sawan province was found to be, overall, at a high level ( = 14.02, S.D. = 0.34). Most problems such as garbage in the community came from households, followed by discarding trash on the roads in pools canals and public areas. But most of the garbage was discarded at the people’s own homes. 2) The amount of garbage produced in Wangbor subdistrict, Nong Bua district, Nakhon Sawan province within 8 weeks averaged 2,728.95 kilograms. Considered the categories, or types of garbage, most of it was natural disposable garbage (1,376.40 kilograms), followed by recycled garbage (990.10 kilograms), general garbage (213.70 kilograms) and dangerous garbage, 149.65 kilograms. 3) The development of the participatory learning management model for people in the garbage management of Wangbor subdistrict, was composed of 5 stages: perception, analytical thinking, problem planning, implementation and evaluation. The learning management consisted of 4 type: (1) mind mapping (2) fish bone diagram (3) the Future Search Conference (F.S.C.) and (4) participatory planning and the concepts of garbage management based on the 7Rs; (1) reduce (2) reuse (3) repair (4) recycle (5) refill (6) recovery and (7) reject. The suitable model was rated at the highest level ( = 4.82, S.D = 0.70). 4) Comparisons of the knowledge, attitudes and practices in the garbage management of people after the participatory learning management showed higher scores than for before training at a statistical significance of 0.05. Overall, the knowledge score was at a high level ( = 18.43, S.D. = 1.07), the attitude score was at the good level ( = 4.80, S.D. = 0.31) and the practices score was at a high level ( = 4.26, S.D. = 0.21). The comparison factor gender produced no difference in the knowledge, attitudes and practices of garbage management. Age showed no difference for knowledge and attitudes but did show a difference for the practices aspect with a statistical significance of 0.05. People aged 61 years old or more had practices rated at the lowest level as classified by gender, age and education level ( = 4.02, S.D. = 0.15) finally, education level did not produce any difference in the knowledge, attitudes and practices concerning garbage management.
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์. สำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
Address: ปทุมธานี
Email: arit@vru.ac.th
Role: ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
Created: 2561
Modified: 2561-02-20
Issued: 2561-02-20
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
CallNumber: วพ 363.728 ฉ154ร 2558
tha
Spatial: นครสวรรค์
©copyrights มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 8596989.pdf 8.28 MB205 2026-07-07 13:45:27
ใช้เวลา
0.017508 วินาที

ฉลองรัฐ ทองกันทา
Title Contributor Type
รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยของตำบลวังบ่อ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
ฉลองรัฐ ทองกันทา
สุนทรี จีนธรรม. ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อดูแลสุขภาพประชาชนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านยุค 4.0 อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์
มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
ฉลองรัฐ ทองกันทา;นิพนธ์ แก้วต่าย

บทความ/Article
ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมการบริโภคอาหารแบบอาหารพร่องแป้งและอดอาหารบางช่วงเวลาในเด็กนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายที่มีภาวะโภชนาการเกิน โรงเรียนมัธยมในเขตอําเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก
วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี
ปราโมทย์ เย็นบุญธรรม;ฉลองรัฐ ทองกันทา

บทความ/Article
สุนทรี จีนธรรม.
Title Creator Type and Date Create
การพัฒนาศูนย์เรียนรู้การอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้ง ตำบลดงบัง อำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม. ;รวีวรรณ สนั่นวรเกียรติ.
ผมหอม เชิดโกทา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
จุฑามาศ วิลาศรี
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการขยะมูลฝอยของตำบลวังบ่อ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม. ประธานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
ฉลองรัฐ ทองกันทา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมเกษตรกรในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพื่อลดผลกระทบที่มีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
พัฒนา พรหมณี
วิทยานิพนธ์/Thesis
แนวทางการอนุรักษ์ความหลากหลายของพืชสมุนไพรในตำบลบ่อเงิน อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม. ;ปัณณ์รภัส ถกลภักดี
ประยูรศรี ไวยรูปี
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาศูนย์สิ่งแวดล้อมศึกษาด้านภูมิปัญญาการอนุรักษ์ผึ้งสายพันธุ์ชันโรง ตำบลปัถวี อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
เกียรติภูมิ จันเต
วิทยานิพนธ์/Thesis
กระบวนการพัฒนายุวชนสีเขียวในการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชนแบบมีส่วนร่วม อำเภอนาแห้ว จังหวัดเลย
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
อมร ทรงพุฒิ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านการอนุรักษ์ป่าชายเลน โดยใช้กระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
กิตติ ยงค์สงวนชัย
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนารูปแบบการลดปริมาณการใช้สารเคมีด้วยกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษาของนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
ชื่นสุมณ ยิ้มถิน
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนารูปแบบธนาคารต้นไม้ด้วยกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา ตำบลหันทราย อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
บุญเรือง เลี้ยงรัตนชัยกุล
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบการฝึกอบรมยุวมัคคุเทศก์เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวโบราณสถานปราสาทสด๊กก๊อกธม ด้วยกระบวนการสิ่งแวดล้อมศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
ไกรราชกช พลรัตน์
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบการพัฒนาศูนย์เรียนรู้การจัดการขยะมูลฝอยแบบมีส่วนร่วมของวัด จังหวัดปทุมธานี
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
พระครูสังฆรักษ์บุญธรรม ปุญฺญธมฺโม (ชุ่มเย็น)
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนาคุณลักษณะอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน จังหวัดตราด
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
พงศ์อมร คชศิลา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนารูปแบบการสอนสิ่งแวดล้อมแบบร่วมมือตามแนวพหุปัญญา
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ฯ
สุนทรี จีนธรรม.
พัชรี ประสังริโย
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 10
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 7,657
รวม 7,667 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 643,328 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 2,506 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 322 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 148 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 72 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 30 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 8 ครั้ง
มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ = 2 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 1 ครั้ง
สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน = 1 ครั้ง
รวม 646,418 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.132
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 216.73.217.13