ความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์และพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช
Abstract:
การวิจัยครั้งนี้เป็นวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research) มีวัตถุเพื่อศึกษาความฉลาดทางอารมณ์ และพฤติกรรมการเรียน และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความฉลาดทางอารมณ์และพฤติกรรมการเรียนของนักศึกษาพยาบาลศาสตร์ชั้นปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 2 หลักสูตรปกติและโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2551 ซึ่งเป็นการสุ่มแบบเจาะจงได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 177 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ครั้งนี้ได้แก่ แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ของกรมสุขภาพจิต และแบบสอบถามที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการเรียน ซึ่งได้รับการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้ทรงคุณวุฒิและตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องมือ ในส่วนของแบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนมีค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือ เท่ากับ = 0.83
ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้
1. นักศึกษา ส่วนใหญ่มีค่าคะแนนเฉลี่ยของความฉลาดทางอารมณ์ ด้านเก่ง และด้านสุข อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนองค์ประกอบด้านดี พบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ได้คะแนนสูงกว่าเกณฑ์ปกติ
2. นักศึกษาในหลักสูตรปกติและนักศึกษาในโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ มีความฉลาดทางอารมณ์ แตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
3. นักศึกษามีพฤติกรรมการเรียนในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X=3.63, SD.= 0.52) และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า ข้อที่มีคะแนนอยู่ในระดับมากเรียงตามลำดับได้แก่ ส่งงานทันเวลาทุกครั้ง เข้าชั้นเรียนตรงเวลา ทุกครั้งที่มีการทำงานเป็นกลุ่มจะให้ความร่วมมืออย่างดี ให้ความสำคัญต่อการเรียนในวิชาต่างๆทุกวิชา (X= 4.46, 4.43,4.17, 4.08) ตามลำดับ
4. นักศึกษาในโครงการผลิตพยาบาลวิชาชีพเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้มีค่าเฉลี่ยของพฤติกรรมการเรียนสูงกว่านักศึกษาในหลักสูตรปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในเรื่อง เมื่อเข้าชั้นเรียนจะฟังการสอนของอาจารย์อย่างตั้งใจ ให้ความสำคัญต่อการเรียนในวิชาต่างๆทุกวิชา อ่านทบทวนบทเรียนทุกวัน และเมื่อรับทราบผลการสอบแต่ละวิชาจะนำมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาผลการเรียนให้ดีขึ้นเสมอ
5. นักศึกษาที่จำแนกกลุ่มตามความฉลาดทางอารมณ์ ตามองค์ประกอบด้านดี ด้านเก่งและด้านสุข มีค่าคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมการเรียนแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ยกเว้นองค์ประกอบย่อย ขององค์ประกอบด้านสุข คือ ความภูมิใจในตนเอง ที่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช
Email:
laboratory@ckr.ac.th
©copyrights วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช