Abstract:
การวิจัยนี้ ต้องการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจ โดยใช้แบบกลุ่มตัวอย่างคือ ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ การเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้นและประกอบด้วยแบบวัดด้านการมุ่งอนาคต การเชื่ออำนาจในตนการควบคุมตนเองและการสนับสนุนทางสังคม และการปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS/PC เพื่อศึกษาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความแปรปรวน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่าง 331 นาย เป็นชั้นสัญญาบัตร (รอง สว.-รอง ผกก) จำนวน 20 นาย ระดับชั้นประทวน (ผบ.หมู่-ลูกแถว) จำนวน 311 นาย อายุเฉลี่ย 33.56 ปี ส่วนใหญ่จบการศึกษาจากหลักสูตรนักเรียนพลตำรวจ รายได้ส่วนใหญ่เพียงพอไม่เหลือเก็บ และอายุราชการเฉลี่ย 11.59 ปี
ด้านการมุ่งอนาคต ข้าราชการตำรวจส่วนใหญ่มีการมุ่งอนาคตค่อนข้างสูง และสูงกว่าตัวแปรทุกตัว ด้านการควบคุมตนเอง ข้าราชการตำรวจมีการคบคุมตนเองอยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งเป็นเพราะการมุ่งอนาคตของตำรวจสูงและการควบคุมตนเองเป็นสิ่งสอดคล้องกันในปรากฎการณ์เดียวกัน จึงทำให้การควบคุมตนเองของตำรวจอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง
ด้านการเชื่ออำนาจในตน ข้าราชการตำรวจมีการเชื่ออำนาจในตนค่อนข้างต่ำ ซึ่งการเชื่ออำนาจในตนเองของข้าราชการตำรวจอยู่ในระดับต่ำที่สุดกว่าทุกตัวแปร ซึ่งสาเหตุจากการวิเคราะห์น่าจะเกิดจากระบบของข้าราชการตำรวจปัจจุบันยังเชื่อในระบบอุปถัมภ์อยู่
ด้านการสนับสนุนทางสังคมของข้าราชการตำรวจ ซึ่งอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง โดยมีการสนับสนุนทางสังคมจากครอบครัวสูงสุด โดยน่าจะมาจากสาเหตุสังคมไทยยังนิยมการได้รับเกียรติยศ การเป็นเจ้าขุนมูลนาย
ด้านพฤติกรรมการปฏิบัติตามอุดมคติของตำรวจ อยู่ในระดับปานกลาง โดยมีพฤติกรรมในเรื่องการไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบากสูงสุด
ผลการศึกษาโดยวิธีการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Regression) พบปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจ ได้แก่ การมุ่งอนาคต การควบคุมตนเอง การสนับสนุนทางสังคมจากผู้บังคับบัญชา และการเชื่ออำนาจในตน ซึ่งทั้ง 4 ปัจจัยสามารถอธิบายความผันแปรของพฤติกรรมการปฏิบัติตามอุดมคติของตำรวจ ได้ร้อยละ 20.70 (R2 = .2070) และมีความสัมพันธ์กับการมีพฤติกรรมการปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจในระดับปานกลาง (R2 = .45507)
การทดสอบสมมติฐานพบว่า การมุ่งอนาคต การเชื่ออำนาจ การควบคุมตนเองและการสนับสนุนทางสังคม มีอิทธิพลโดยตรงต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจ ส่วนปัจจัยทางชีวสังคมมีเพียงอายุที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจ
ข้อเสนอแนะจากผลการวิจัยครั้งนี้ ซึ่งจะส่งผลทางตรงและทางอ้อมต่อพฤติกรรมการปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจ ก็คือกรมตำรวจควรต้องส่งเสริมได้ว่า ราชการมีการปฏิบัติรวมอุดมคติตำรวจโดยการฝึกอบรมให้ข้าราชการตำรวจ มีการควบคุมตนเอง การมุ่งอนาคตและการเชื่ออำนาจในตนเอง รวมทั้งส่งเสริมการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ปฏิบัติให้ตำรวจได้รับการสนับสนุนทางด้านจิตใจ อันจะทำให้สามารถปฏิบัติตามอุดมคติตำรวจให้สูงขึ้นอีกด้วย
This research aims to study factors effecting work ideology of police in Samutprakarn Province
331 samples were picked up from 14 police offices; Bangplee office, Samrong-nua office, Samutprakarn office and office of special operations. Questionnaires consisted of 6 parts ; personal data, a self-control test, a future orientation trait test, a belief in internal locus of control test social support test, and a test on police indeological work. The data was analyzed through SPSS/PC+ computer program by using descriptive statistics, one-way analysis of variance, correlation coefficient and multiple regression.
The study has shown that 20 police were commissioned officers and 311 were non-commissioned officers. Their average age was 33.65 years. Mostly finished from school of ordinary police, and have been work in for 11.59 years in average.
The results of the study on self control, future orientation trait, belief in internal locus of control and social support as follow :
-The polices future orientation trait was in moderately high level, lower was polices self control and the belief in internal locus of control was the lowest.
-Police received social support in moderately high level, the highest support was from families.
-Polices behavior on working ideally was moderate, the highest level on such behavior was to work impatiently.