Abstract:
การศึกษาผลของการเสริมเอนไซม์ไฟเตสในอาหารปลาดุกลูกผสม โดยศึกษาผลการเสริมเอนไซม์ไฟเตสในอาหารต่อสัมประสิทธิการย่อยได้ของอาหารในปลาดุกลูกผสม การเจริญเติบโต สุขภาพและการสะสมฟอสฟอรัส วางแผนการทดลองแบบสุ่มตลอด (CRD) โดยมี 5 ชุดการทดลอง แบ่งออกเป็นชุดควบคุมที่ใช้ปลาป่นเป็นแหล่งโปรตีนหลัก (Positive control : PC) , ชุดทดสอบที่ใช้โปรตีนจากพืชเป็นแหล่งโปรตีนหลัก (Negative control : NC) , ชุดทดสอบที่เสริมเอนไซม์ไฟเตส 1,500FTU ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม , ชุดทดสอบที่เสริ มเอนไซม์ไฟเตส 3,000 FTU ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม และชุดทดสอบที่เสริมเอนไซม์ไฟเตส 4,500FTU ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ทดลองในปลาดุกลูกผสมน้ำหนักเฉลี่ย 13.81 ± 2.96 กรัม เลี้ยงในถังไฟเบอร์ขนาด 1,000 ลิตร ปริมาตรน้ำ 600 ลิตร ในอัตรา 50 ตัวต่อถังให้อาหารอัตราวันละ 3 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัว เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ เมื่อสิ้นสุดการทดลองพบว่าสัมประสิทธิการย่อยได้การเจริญเติบโต ประสิทธิภาพการใช้อาหาร สุขภาพและการสะสมฟอสฟอรัส ในปลาดุกลูกผสมได้แก่ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น น้ำหนักเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นต่อวัน อัตราการกินอาหารต่อวันและอัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ ในชุดทดสอบที่ใช้โปรตีนจากพืชเป็นแหล่งโปรตีนหลัก (Negative control : NC) มีอัตราการเจริญเติบโตที่เพิ่มขึ้นต่ำที่สุด ซึ่งแตกต่างจากชุดควบคุมและชุดทดสอบที่ได้รับการเสริมเอนไซม์ไฟเตสอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) องค์ประกอบทางเคมีของเลือดและระบบภูมิคุ้มกันของปลาดุกลูกผสม พบว่าการเสริมเอนไซม์ไฟเตสในอาหารสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ ภูมิคุ้มกันปลาดุกลูกผสม ได้แก่ ปริมาณเม็ดเลือดแดง ปริมาณเม็ดเลือดขาว ปริมาณฮีโมโกลบิน ปริมาณอิมูโนโกลบูลิน และปริมาณเม็ดเลือดแดงอัดแน่นของเลือดได้ดีกว่าชุดทดสอบที่ไม่มีการเสริมเอนไซม์ไฟเตส (P<0.05) การศึกษาผลของเอนไซม์ไฟเตสต่อการสะสมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระดูกและเนื้อปลาดุกลูกผสม พบว่าการเสริมเอนไซม์ไฟเตสที่ระดับความเข้มข้น 4,500FTU ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ส่งผลให้การสะสมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระดูกและกล้ามเนื้อ มีค่าสูงกว่าชุดทดสอบที่ไม่มีการเสริมเอนไซม์ไฟเตส (P<0.05) ดังนั้นเอนไซม์ไฟเตสมีผลให้การเจริญเติบโตของปลาดุกลูกผสมดีกว่า การไม่ใช้เอนไซม์ไฟเตสอีกทั้งยังส่งผลถึงระบบภูมิคุ้มกัน การสะสมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในกระดูกและกล้ามเนื้อ
The effects of phytase in fishmeal free diet for Hybrid Catfish (Clarias macrocephalus × Clarias gariepinus) diets on growth performance, immunity and accumulation of phosphorus in bone. was assigned in completely randomized design (CRD) with 5 treatments and 8 replicates.Treatment1(T1) was positive control of high fishmeal diet and Treatment2(T2) was negative control of zero fish meal diet. The other treatments were supplemented phytase in zero fishmeal diet at 1,500 (T3), 3,000 (T4) and 4,500 FTU/kg (T5), respectively. Hybrid Catfish with average weight of 13.81 ± 2.96 g. were stocked in 1,000 liter fiber tanks at the density of 50 fishes per tank and fed treatment diets 3% of body weight twice daily for 8 week. The results indicated that there were statistical difference (P<0.05) on growth performance in term of weight gain, average daily gain, specific growth rate and feed utilization in term of feed intake and feed conversion ratio. The growth performance of Hybrid Catfish fed diet of fishmeal free diet without phytase (T2) was lower (P<0.05) than the other groups. The immune response in term of blood protein, Immunoglobulin (IgM), hemoglobin, total erythrocyte count, total leucocyte count showed statistical differences (P<0.05). Fish fed phytase had better immune response (P<0.05). For the calcium and phosphorus accumulation the negative control group showed the lowest growth performance and calcium and phosphorus content in bone and fillet (P<0.05). However, hybrid catfish fed T5 diet showed significantly highest (P<0.05) in growth performance. Therefore, supplemental phytase enzyme in hybrid catfish diet is recommended at the level of 4,500 FTU/kg.