แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การใช้กริยารองบอกทิศทางแบบไม่บ่งชี้ “ขึ้น” และ “ลง” ในภาษาไทยโดยผู้พูดภาษาอังกฤษที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง
THE USE OF THAI SUBSIDIARY NON-DEICTIC DIRECTIONAL VERBS /khɨn3/ ‘UP’ AND /loŋ1/ ‘DOWN’ BY NATIVE ENGLISH SPEAKERS LEARNING THAI AS A SECOND LANGUAGE

ThaSH: ภาษาไทย -- คำกริยา
Abstract: งานวิจัยชิ้นนี้ศึกษาการรับภาษาที่สองตามแนวสมมติฐานการคิดเพื่อพูด (Thinking for Speaking) (Slobin,1996, 2003) โดยศึกษาการใช้กริยารองบอกทิศทางแบบไม่บ่งชี้ “ขึ้น” และ “ลง” ในภาษาไทยของผู้พูดภาษาอังกฤษที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำแนกและเปรียบต่างความหมายของกริยารอง “ขึ้น” และ “ลง” ในภาษาไทย กับคำบอกทิศทาง “up” และ “down” ในภาษาอังกฤษ และวิเคราะห์การแทรกแซงของการคิดเพื่อพูดของภาษาแม่ในการใช้กริยารอง “ขึ้น” และ “ลง” ของผู้พูดภาษาอังกฤษที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สองในระดับต้นและระดับสูง งานวิจัยชิ้นนี้แบ่งขั้นตอนการเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลจากคลังข้อมูลภาษา เพื่อศึกษาและเปรียบต่างความหมายของกริยารอง “ขึ้น” และ “ลง” กับคำบอกทิศทาง “up” และ “down และส่วนที่สอง คือการเก็บข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ภาษาจริงของผู้พูดภาษาอังกฤษที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง ผลการศึกษาในส่วนแรกพบว่ากริยารอง “ขึ้น” และ “ลง” กับคำบอกทิศทาง “up” และ “down” มีความหมายหลักที่คล้ายกัน ได้แก่ ความหมายเชิงทิศทาง ความหมายเชิงปริมาณ และความหมายเชิงการณ์ลักษณะ แต่มีความแตกต่างในแง่กระบวนการขยายความหมายและความถี่ในการใช้แต่ละความหมาย ทำให้พบความหมายย่อยที่ต่างกัน คือ ในภาษาไทย ความหมายเชิงการบอกการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติบางประการสามารถใช้ได้กับทั้งกริยารอง “ขึ้น” และ “ลง” เช่น เย็นขึ้น-เย็นลง ส่วนในภาษาอังกฤษ มีความหมายเกี่ยวกับการเคลื่อนเข้าใกล้สิ่งต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง เช่น move up และความหมายการทำให้วัตถุหรือเหตุการณ์อยู่ในสภาพแย่ลง เช่น wear down สำหรับผลจากการใช้ภาษาของผู้เรียนทั้งสองระดับ ซึ่งได้มาจากเครื่องมือ 2 ชิ้น คือ แบบทดสอบการแปล และชุดคำถามเพื่อแสดงความคิดเห็นในสถานการณ์สมมติและการบรรยายภาพเหตุการณ์ แสดงให้เห็นว่าผู้พูดภาษาอังกฤษที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สองสามารถใช้ความหมายหลักทั้ง 3 ความหมายได้ แต่พบการใช้ความหมายเชิงการณ์ลักษณะน้อยมาก ส่วนในแง่โครงสร้าง พบว่าผู้เรียนระดับต้นเลือกใช้ประโยคที่มีกริยาในประโยคเพียงตัวเดียวมากที่สุดในข้อมูลที่ได้จากการแปลทั้งหมด ซึ่งแสดงให้เห็นการแทรกแซงของลักษณะการคิดเพื่อพูดของภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาที่ไม่มีโครงสร้างกริยาเรียง ขณะที่ผู้เรียนระดับสูงเลือกใช้โครงสร้างที่มีการใช้ “ขึ้น” และ “ลง” เป็นกริยารองมากที่สุด ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนระดับสูงมีแนวโน้มการใช้ภาษาไทยที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษามากกว่าผู้เรียนระดับต้น ดังนั้นสรุปได้ว่าผลของงานวิจัยชิ้นนี้สนับสนุนสมมติฐานเกี่ยวกับการคิดเพื่อพูดในเชิงการรับภาษาที่สอง ที่ว่ากระบวนการปรับเปลี่ยนลักษณะการคิดเพื่อพูด (Re-thinking for Speaking) เป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา โดยมีระดับความสามารถเป็นปัจจัยสำคัญ ผู้เรียนระดับสูงซึ่งมีประสบการณ์ทางภาษามากจะมีพัฒนาการในการคิดเพื่อพูดของภาษาที่สอง จนสามารถมีลักษณะการคิดเพื่อพูดที่ใกล้เคียงกับเจ้าของภาษาได้มากกว่าผู้เรียนระดับต้นที่มีประสบการณ์ทางภาษาน้อย
Abstract: Based on the Thinking for Speaking hypothesis (Slobin, 1996; 2003), this dissertation investigates the acquisition of Thai subsidiary non-deictic directional verbs /khɨn3/ ‘up’ and /loŋ1/ ‘down’ by native English speakers learning Thai as a second language. It aims to categorize and contrastively analyze differences in meanings of these subsidiary verbs in Thai and those of directional words up and down in English, and to investigate interference of L1 thinking for speaking patterns on the use of the two Thai subsidiary verbs by high and low proficiency L1 English learners. This dissertation is divided into two main parts. In the first part, corpus data of the Thai subsidiary non-deictic directional verbs (/khɨn3/ and /loŋ1/) and the English directional words (up and down) are analyzed with respect to their meanings. It is found that these terms have three main senses, namely, directional meaning, quantitative meaning, and aspectual meaning. However, due to differences in semantic extension, certain meanings are observed only in one language, but not the other. For example, up contains a sense of approaching (as in move up), which is not found with the Thai verb /khɨn3/. Moreover, data also show differences in terms of frequency of meanings used in Thai and English. The second part concerns data collection from two groups of L1 English learners of Thai (a high proficiency group and a low proficiency group) using a translation test and tasks involving a pair discussion and picture description. It is revealed that the two groups of learners can use the subsidiary non-deictic directional verbs in the three main senses, but their use of aspectual meaning is limited. Furthermore, while the high proficiency group uses /khɨn3/ and /loŋ1/ as a subsidiary verb in a serial verb construction most frequently, the low proficiency group does not. They instead prefer using one main verb in a sentence. This reflects the interference of English thinking for speaking patterns in the low proficiency learners. The high proficiency learners, on the other hand, seem to be able to adapt to Thai thinking for speaking. In conclusion, the results of this dissertation support the Thinking for Speaking hypothesis. In second language acquisition, the process of Re-thinking for Speaking needs to be gradually systematized. Learners’ proficiency level plays an important role in that high proficiency learners who have more experience with L2 will be ble to aquire L2 thinking for speaking patterns and more able to re-think for speaking than low proficiency learners.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานวิทยทรัพยากร
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: cuir@car.chula.ac.th
Role: ที่ปรึกษา
Created: 2558
Modified: 2561-04-08
Issued: 2561-04-08
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
URL: http://cuir.car.chula.ac.th/handle/123456789/50158
tha
©copyrights จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 5380107322[1].pdf 6.73 MB
ใช้เวลา
0.030444 วินาที

จรรยวรรณ สุวรรณรัตน์
ธีราภรณ์ รติธรรมกุล
Title Creator Type and Date Create
การศึกษาสมมูลภาพในการแปลคำกริยา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ธีราภรณ์ รติธรรมกุล
ชาฎินี มณีนาวาชัย
วิทยานิพนธ์/Thesis
อิทธิพลของปริบทที่มีผลต่อการประมวลผลความหมายรองของคำพ้องในภาษาไทย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ธีราภรณ์ รติธรรมกุล;จุฑามณี อ่อนสุวรรณ
ตุลยา นครจินดา
วิทยานิพนธ์/Thesis
พัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างรูปกาลและความหมายทางกาลและการณ์ลักษณะในภาษาอังกฤษของผู้เรียนชาวไทยในการถ่ายทอดเหตุการณ์ในอดีต
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ธีราภรณ์ รติธรรมกุล
สุริยะ ศรีพรหม
วิทยานิพนธ์/Thesis
การใช้กริยารองบอกทิศทางแบบไม่บ่งชี้ “ขึ้น” และ “ลง” ในภาษาไทยโดยผู้พูดภาษาอังกฤษที่เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ธีราภรณ์ รติธรรมกุล
จรรยวรรณ สุวรรณรัตน์
วิทยานิพนธ์/Thesis
การรับอนุภาคลงท้าย นะ และ สิ ของผู้เรียนภาษาไทยเป็นภาษาที่สอง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ธีราภรณ์ รติธรรมกุล
สุมินตรา มาคล้าย
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปรากฏการณ์การรับรู้เสียงสระแทรกในพยัญชนะควบกล้ำของผู้พูดภาษาไทยเป็นภาษาแม่
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ธีราภรณ์ รติธรรมกุล;ศุจิณัฐ จิตวิริยนนท์
รัตนสุวรรณ ระวรรณ
วิทยานิพนธ์/Thesis
พัฒนาการของความซับซ้อนทางวากยสัมพันธ์และการผสานกันทางไวยากรณ์ในเรื่องเล่าของเด็กไทย
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ธีราภรณ์ รติธรรมกุล
สุธาสินี ปิยพสุนทรา
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 15
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 10,812
รวม 10,827 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 975,916 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 461 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 439 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเอกชน = 135 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 82 ครั้ง
หน่วยงานอื่น = 11 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสงฆ์ = 5 ครั้ง
สถาบันพระบรมราชชนก = 5 ครั้ง
รวม 977,054 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.136
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 18.97.14.87