แจ้งเอกสารไม่ครบถ้วน, ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือมีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเอกสาร ติดต่อที่นี่ ==>
หากไม่มีอีเมลผู้รับให้กรอก thailis-noc@uni.net.th ติดต่อเจ้าหน้าที่เจ้าของเอกสาร กรณีเอกสารไม่ครบหรือไม่ตรง

การประยุกต์แนวความคิดเรื่องเกมภาษาของวิตเกนสไตน์ ในการอธิบายเรื่องของความหมายในภาษาศาสนา : ศึกษาเฉพาะกรณีภาษาของสำนักสันติอโศก
An application of Wittgenstein's concept of a language game to the concept of meaning in religious language : a case study of Santi- Asoka's language

ThaSH: วิตต์เกนสไตน์, ลุควิก, ค.ศ. 1889-1951
ThaSH: สันติอโศก
ThaSH: ภาษา -- แง่ศาสนา -- พุทธศาสนา
Abstract: วิทยานิพนธ์ฉบับนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาถึงปัญหาทางศาสนาในมิติที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องการใช้ภาษาศาสนา โดยอาศัยแนวความคิดเรื่องเกมภาษาของวิตเกนสไตน์เป็นกรอบในการพิจารณา และอาศัยตัวอย่างการใช้ภาษาศาสนาของสำนักสันติอโศก หรือกลุ่มชาวอโศกเป็นตัวแบบของการศึกษาวิจัยวิธีการศึกษาในวิทยานิพนธ์ฉบับนี้อาศัยทั้งการวิจัยจากเอกสาร และการวิจัยภาคสนาม ซึ่งใช้วิธีการทางมนุษย์วิทยาโดยเข้าไปสังเกตการณ์ ร่วมในกิจกรรมทางศาสนาต่างๆ ตลอดจนทดลองใช้ชีวิตตามแบบวิถีชีวิตทางศาสนาของกลุ่มชาวอโศกจากการศึกษาพื้นฐานทั่วไปเกี่ยวกับเรื่องปัญหาการใช้ภาษาศาสนาในบทที่ ๒ ช่วยให้เข้าใจถึงประเด็นปัญหาที่ถกเถียงกันในหมู่นักปรัชญาทางตะวันตก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับประเด็นปัญหาการใช้ภาษาศาสนาที่เกิดขึ้นกับพุทธศาสนาแล้ว พบว่ามีพื้นฐานคล้ายคลึงกันกล่าวคือ ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดการรับเอาความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นแม่บทของความจริงและความมีเหตุผล ฐานะของศาสนาภายใต้วิธีคิดแบบนี้ จึงตกต่ำลงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กิจกรรมที่นักการศาสนาทั้งทางตะวันตกและตะวันออกพยายามกระทำ จึงอยู่ที่ความพยายามหาทางอธิบายคำสอนทางศาสนาให้สอดคล้องกับพื้นฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เห็นว่า คำสอนทางศาสนานั้นก็เป็นเรื่องที่มีความเป็นเหตุผล และเป็นความจริงที่น่าเชื่อถือเช่นเดียวกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์และจากการศึกษาแนวความคิดของวิตเกนสไตน์ในบทที่ ๓ ทำให้เห็นว่าความรู้ของมนุษย์นั้นอาจจำแนกออกได้เป็น ๓ ระดับ คือ ในระดับของประสาทสัมผัสที่เกี่ยวกับข้อเท็จจริง (Fact) ระดับของความนึกคิดที่สัมพันธ์กับภาษาอย่างแนบแน่นซึ่งเกี่ยวกับความจริง (Truth) และระดับของสัจจะความเป็นจริง (Reality) ที่อยู่เหนือความจริงในระดับของความนึกคิดอีกขั้นหนึ่ง สิ่งที่วิตเกนสไตน์ชี้ให้เห็นในความคิดช่อวงแรกก็คือ ความจริงที่มนุษย์สามารถเข้าถึงได้ด้วยความคิดและพูดถึงได้ด้วยภาษานั้น เป็นแค่ความจริงในระดับที่ ๒ นี้เท่านั้น และจากความคิดช่วงหลังของวิตเกนสไตน์ ซึ่งเมื่อสังเคราะห์เข้ากับแนวความคิดเรื่องการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ( Paradigm Shift ) ของโทมัส คูน ก็ช่วยให้เข้าใจต่อไปว่า ความหมายของภาษาเป็นสิ่งที่ผังตัวอยู่ในมิติของกาล-อวกาศ ภายใต้แบบวิถีชีวิตและปริบทของเกมภาษาในกระบวนทัศน์หนึ่งๆ นั้น ด้วยเหตุนี้ความจริงในระดับที่มนุษย์เข้าใจกับทั่วไป จึงไม่ได้มีอยู่อย่างตายเป็นภววิสัย เพราะเป็นสิ่งที่สัมพันธ์กับมิติของกาล-อวกาศในแต่ละกระบวนทัศน์ด้วยในบทที่ ๔ เมื่อนำเอาความคิดเรื่องเกมภาษาของวิตเกนสไตน์มาใช้เป็นกรอบในการวิเคราะห์ปัญหาภาษาศาสนาของสำนักสันติโศก ซึ่งเป็นกลุ่มชาวพุทธที่กำลังชาวพุทธที่กำลังมีความขัดแย้งกับชาวพุทธกลุ่มอื่นในพุทธศาสนากระแสหลัก แต่ก็สัญญาณหลายอย่างชี้ให้เห็นว่าการใช้ภาษาของชาวพุทธกลุ่มนี้เป็นประสบความสำเร็จในการสื่อความกับคนในสังคมปัจจุบัน พบว่า การอธิบายคำสอนทางพุทธศาสนาของชาวอโศกมีลักษณะเป็นกระบวนทัศน์หนึ่งของพุทธศาสนาด้วยเหตุนี้ ความขัดแย้งในมิติด้านการเข้าใจความหมายของภาษาศาสนาไม่ตรงกันจึงเกิดขึ้นเนื่องจากการมีการใช้ภาษาศาสนาชุดเดียวกับภายใต้ปริบทของเกมภาษา ในกระบวนทัศน์ที่แตดต่างกันในกรณีที่มีกระบวนทัศน์ของการอธิบายคำสอนทางพุทธศาสนาอย่างสมเหตุสมผลในตัวเองมากกว่าหนึ่งกระบวนทัศน์ ผู้วิจัยมีความเห็นว่า ถ้ามองในระดับของสัจจะความเป็นจริงแล้ว เราไม่มีทางจะหาเกณฑ์ใด ๆ มาตัดสินใจได้ว่า กระบวนทัศน์ใดถูต้องตรงตามเจตนารมณ์ที่พระพุทธองค์มุ่งหมายถึง เพราะเป็นความจริงที่อยู่พ้นกรอบของภาษาและความนึกคิด ซึ่งเราไม่อาจแสวงหาที่สุดของความรู้หรือความจริงในระดับนี้ได้ด้วยการแสวงหาที่สุดของคำตอบ แต่เราอาจมีทางประจักษ์ถึงที่สุดของความรู้หรือความจริงดังกล่าวได้ด้วยการแสวงหาที่สุดของคำถาม ความรู้หรือสัจจะความจริงในระดับนี้ จึงเป็นสิ่งที่ผู้รู้แต่ละคนจะพึงประจักษ์แจ้งได้เฉพาะตน โดยไม่อาจถ่ายทอดให้ผู้อื่นรับรู้ด้วยภาษาใดๆโดยตรงอย่างไรก็ตาม เนื่องจากความหมายของภาษาเป็นสิ่งที่ฝังตัวอยู่ภายใต้แบบวิถีชีวิตหนึ่งๆฉะนั้น เมื่อมองจากกรอบของความจริงในระดับที่สามารถพูดถึงได้ เราจึงพอจะหาข้อยุติของการถกเถียงในขอบเขตหนึ่งว่า กระบวนทัศน์ของการอธิบายพุทธศาสนาแบบใดถูกหรือผิดได้จากการเปรียบเทียบเคียงกับศีลหรือวินัยต่างๆ ที่สะท้อนถึงแบบวิถีชีวิตทางศาสนาอย่างเป็นรูปธรรม และมีข้อถกเถียงน้องที่สุดเท่าที่จะพึงเป็นไปได้ เพราะภายใต้และวิถีชีวิตทางศาสนาที่ใกล้เคียงกับแนวทางที่พระพุทธศาสนาที่วางอยู่บนพื้นฐานของแบบวิถีชีวิตดังกล่าว จะเป็นกระบวนทัศน์ที่มีความหมายใกล้เคียงกับเจตจำนงที่พระพุทธองค์ทรงมุ่งหมายด้วย จากสาเหตุนี้ศีลและวินัยต่างๆ ที่พระพุทธองค์บัญญัติขึ้น จึงมีความสำคัญสูงสุดในฐานะเป็นศาสดาของศาสนาแทนตัวพระองค์หลังจากที่ทรงปรินิพพานไปแล้วข้อสรุปของการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางศาสนาที่เกิดจากปัญหาการเข้าใจภาษาศาสนาไม่ตรงกัน จึงอยู่ที่การหันกลับไปสู่การมีแบบวิถีชีวิตทางศาสนาตามที่ศาสดาของแต่ละศาสนามุ่งหมายถึง ซึ่งผู้วิจัยเชื่อว่า การแสวงหากระบวนทัศน์ของการอธิบายคำสอนทางศาสนาที่กลับไปสู่การมีแก่นสารของแบบวิถีชีวิตดั้งเดิมทางศาสนา ซึ่งจะนำไปสู่การลดละความต้องการส่วนเกินของชีวิตมีความขยันขันแข็ง และมีจิตสำนึกที่เอื้ออาทรต่อชีวิตร่วมโลกอื่นๆ ที่ขาดแคลนกว่า ภายใต้กระบวนทัศน์ของการอธิบายคำสอนทางศาสนาเช่นนี้เท่านั้นที่จะเป็นหนทางทำให้คำสอนทางศาสนาคืนกลับสู่การมีบทบาทสำคัญต่อการแก้ปัญหาของมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง ดังเช่นที่ศาสนาต่างๆ เคยมีบทบาทอย่างสำคัญต่อประวัติอารยธรรมของมนุษย์ในอดีตมาแล้ว
Abstract: The objective of this thesis is to study a dimension of the problem in religion concerning the use of religious Language. This study employs Wittgenstein’s language-game concept as the framework of analysis. The use of language by Santi-Asoka or Chaw Asoka will be analyzed. This study make use of both survey literature and field study. The field study follows an anthropological approach by observing, participating and leading the form of Chaw Asoka. The analysis of basic problems in the use of language in religion in Chapter 2 shed some light on this debate among western philosophers. The use of language in Buddhism ex exhibits the same problem. The advancement in scientific knowledge has made science the master of truth and rationality. The status of religion, within this context, has deteriorated to its historical low level. Religions in both the East and West attempt to regain their status by explaining their teachings to fit the foundation of scientific knowledge. The attempt is to know that these teachings are rational and contain as much respectable truth as scientific knowledge. The discussion of Wittgenstein’s concept in Chapter 3 shows that there are three levels of knowledge, namely, fact ( that can be sensed ), truth ( that car be proven ) and reality (which is the existence of truth ). Wittgenstein pointed out that the level of knowledge that is accessible by thinking and referred to by language is only the second level. The later Wittgenstein thinking, when synthesized with the concept of paradigm shift proposed by Kuhn, suggests that the meaning of language is deeply rooted in the time and space dimension within the form of life and context of a language game in one paradigm. Therefore, the truth that we usually understand may not exist concretely. It only exists in the time and space dimension within one paradigm. In Chapter 4 , the language game is used as a framework to analyze the use of language by the Santi-Asoka School, a new Buddhist group that has conflict with main-stream Buddhist groups in Thailand. Some evidences suggest that the use of language by the Santi-Asoka School is successful in communicating with the common people. The explanation of Buddhism by the Asoka School can be characterized as existing within a paradigm. The conflict thus arises because because of the difference in the dimension of the language used. The same set of religious language has been used by the main – stream Buddhist in a different context of language game under a different paradigm. In such a case where there are more than one self-contained paradigms of explanation of Buddhist teaching, it is not possible to judge which paradigm is correct according to the objective of Buddha. The reality is above and beyond the frame of language and realm of rationality. The search for ultimate knowledge and reality cannot be satisfied by seeking an ultimate answer. The ultimate realization of knowledge or reality can be attained by seeking the ultimate of questioning. That level of knowledge can be achieved only by self realization and cannot be transferred to other by the use of language. Since language is also rooted within a “form of life” , at the level of truth that can be represented by language, we can find a resolution to the debate within a paradigm. For the teaching of Buddha, this problem can be solved by the comparison of each explanation with the “Sila” or “discipline” which reflects the concrete religious form of life. Therefore, “Slila” and discipline that Buddha created has the utmost important role as the “master” of the religion. It represents Buddha himself after his invariant . In conclusion, to solve the conflict in the religion arises from the problem of differences in understanding the religious language, one should go back to the “form of life” suggested by the prophet of each religion. I belief that the paradigm that explains the teaching of the prophet by resorting to the substance of the traditional “from of life” will point to the reduction of desire for the excess in life, and to the promotion of diligence and care for other beings. Within this paradigm of explanation of Religion, the role of Religion can regain its role in solving human problems as it used to do in the long history of human civilization.
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานวิทยทรัพยากร
Address: กรุงเทพมหานคร
Email: cuir@car.chula.ac.th
Role: ที่ปรึกษา
Role: ที่ปรึกษาร่วม
Created: 2529
Modified: 2557-06-04
Issued: 2557-03-12
วิทยานิพนธ์/Thesis
application/pdf
tha
Descipline: ปรัชญา
©copyrights จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
RightsAccess:
ลำดับที่.ชื่อแฟ้มข้อมูล ขนาดแฟ้มข้อมูลจำนวนเข้าถึง วัน-เวลาเข้าถึงล่าสุด
1 Sunai_Se_front.pdf 542.44 KB65 2026-05-26 18:16:01
2 Sunai_Se_ch1.pdf 418.81 KB64 2026-05-26 18:16:01
3 Sunai_Se_ch2.pdf 1.02 MB68 2026-05-26 18:16:01
4 Sunai_Se_ch3.pdf 1.22 MB55 2026-05-26 18:16:01
5 Sunai_Se_ch4.pdf 2.05 MB60 2026-05-26 18:16:01
6 Sunai_Se_ch5.pdf 434.87 KB49 2026-05-26 18:16:01
7 Sunai_Se_back.pdf 984.47 KB54 2026-05-26 18:16:01
ใช้เวลา
0.045546 วินาที

เสรี พงศ์พิศ
Title Creator Type and Date Create
การพัฒนารูปแบบการทำเกษตรอินทรีย์ครัวเรือนชนบทลุ่มแม่น้ำโขงบนฐานเศรษฐกิจพอเพียงและการเกษตรยั่งยืน
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
เสรี พงศ์พิศ;บุญยัง หมั่นดี;ธงชัย ชิณวงศ์
สุริยะ ชนะชัย
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบที่เหมาะสมสำหรับการจัดการหมู่บ้านเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนแบบพอเพียงในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง : กรณีศึกษาหมู่บ้านในจังหวัดสุรินทร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
เสรี พงศ์พิศ;บุญยัง หมั่นดี
นิวัฒน์ ศรีบุญนาค
วิทยานิพนธ์/Thesis
การบริหารจัดการวิสาหกิจชุมชนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก กรณีประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
เสรี พงศ์พิศ;อัจฉรา ภาณูรัตน์;ทิพวัลย์ สีจันทร์
ยุภา ประยงค์ทรัพย์
วิทยานิพนธ์/Thesis
เศรษฐกิจวัฒนธรรมแขวงจำปาสักฝั่งขวาแม่น้ำโขง
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
เสรี พงศ์พิศ;บุญยัง หมั่นดี;บุญกอง ดีวิขัย
สุบัน แสงสุลิวง
วิทยานิพนธ์/Thesis
กระบวนทัศน์การท่องเที่ยวแบบยั่งยืนในประเทศไทย สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เสรี พงศ์พิศ;อรรถ นันทจักร์;สุชาดา ทวีสิทธิ์
บุณยสฤษฎ์ อเนกสุข
วิทยานิพนธ์/Thesis
กระบวนการเรียนรู้ของ เครือข่ายกลุ่มเกษตรกรทำนาแวงน่าง จังหวัดมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
เสรี พงศ์พิศ;สายไหม ไชยศิรินทร์
ดาวเรือง มาจันทร์
วิทยานิพนธ์/Thesis
พิธีกรรมและระบบความเชื่อการลำผีฟ้าในภาคอีสาน
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ดุสิต ดวงสา;วิสุทธิ์ วานิช;เสรี พงศ์พิศ
ยุทธภัณฑ์ เตชะแก้ว
วิทยานิพนธ์/Thesis
กระบวนการยุติธรรมชุมชน : กระบวนทัศน์และกระบวนการเสริมสร้างสังคมแห่งความเป็นธรรม
มหาวิทยาลัยแม่โจ้
เฉลิมชัย ปัญญาดี;เสรี พงศ์พิศ;ชูเกียรติ ลีสุวรรณ์
รังสิต โลไทยสงค์
วิทยานิพนธ์/Thesis
กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนเพื่อการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติป่าชายเลนอย่างยั่งยืน : กรณีศึกษาตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เสรี พงศ์พิศ;ศุภจิต มโนพิโมกษ์;ณัฎฐา หังสพฤกษ์
กมลทิพย์ คงประเสริฐอมร, 2503-
วิทยานิพนธ์/Thesis
การจัดการสวัสดิการชุมชนของเครือข่ายอินแปง : กลไก กระบวนการจัดการตนเอง
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เสรี พงศ์พิศ;ปาริชาติ วลัยเสถียร
ชนินทร์ วะสีนนท์, 2506-
วิทยานิพนธ์/Thesis
การพัฒนารูปแบบการจัดกระบวนการเรียนรู้สำหรับอาจารย์ผู้สอนในศูนย์เรียนรู้โครงการมหาวิทยาลัยชีวิต
มหาวิทยาลัยศิลปากร
มาเรียม นิลพันธุ์;คีรีบูน จงวุฒิเวศย์;เสรี พงศ์พิศ
ชนสิทธิ์ สิทธิ์สูงเนิน
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบการพัฒนาหลักสูตรที่สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
มหาวิทยาลัยศิลปากร
มาเรียม นิลพันธุ์;วิชัย วงษ์ใหญ่;เสรี พงศ์พิศ
กิตติธัช คงชะวัน
วิทยานิพนธ์/Thesis
การประยุกต์แนวความคิดเรื่องเกมภาษาของวิตเกนสไตน์ ในการอธิบายเรื่องของความหมายในภาษาศาสนา : ศึกษาเฉพาะกรณีภาษาของสำนักสันติอโศก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เสรี พงศ์พิศ;มารค ตามไท
สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง
วิทยานิพนธ์/Thesis
กระบวนทัศน์พัฒนาเพื่อการพึ่งตนเองของกลุ่มเครือข่ายอินแปงในจังหวัดสกลนคร อุดรธานี กาฬสินธุ์และมุกดาหาร
มหาวิทยาลัยรามคำแหง
สมบัติ จันทรวงศ์;เสรี พงศ์พิศ;ดำรงค์ ฐานดี
สุพัฒน์ ไพใหล
วิทยานิพนธ์/Thesis
รูปแบบการพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการสำหรับนักวิชาการศึกษาในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร
ผศ.ดร.วัฒนา สุวรรณไตรย์;รศ.ดร.เสรี พงศ์พิศ;รศ.ดร.หาญชัย อัมภาผล
ธวัชชัย ไพใหล
วิทยานิพนธ์/Thesis
เครือข่ายป่าชุมชนอินแปงกับตลาดซื้อขายคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ : การศึกษาประเด็นจริยธรรมและความยุติธรรมของปัญหาสิ่งแวดล้อม
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โสภารัตน์ จารุสมบัติ;สมบัติ จันทรวงศ์;เสรี พงศ์พิศ
ณิชาพัฒน์ เพิ่มทอง
วิทยานิพนธ์/Thesis
มารค ตามไท
Title Creator Type and Date Create
การวิเคราะห์ปัญหาความเป็นเหตุผลของการเอาเปรียบสาธารณะในบางลักษณะ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มารค ตามไท
บรรพต อึ๊งศรีวงษ์
วิทยานิพนธ์/Thesis
กาลและอวกาศในพุทธปรัชญาเถรวาท
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มารค ตามไท; สุนทร ณ รังษี
สมภาร พรมทา
วิทยานิพนธ์/Thesis
การประยุกต์แนวความคิดเรื่องเกมภาษาของวิตเกนสไตน์ ในการอธิบายเรื่องของความหมายในภาษาศาสนา : ศึกษาเฉพาะกรณีภาษาของสำนักสันติอโศก
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
เสรี พงศ์พิศ;มารค ตามไท
สุนัย เศรษฐ์บุญสร้าง
วิทยานิพนธ์/Thesis
วิตต์เกนสไตน์กับข้อถกเถียงเรื่องภาษาเฉพาะตัว
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;มารค ตามไท
ธีรพจน์ ศิริจันทร์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ญาณวิทยาในพุทธปรัชญาเถรวาทเป็นประสบการณ์นิยมหรือไม่?
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สุนทร ณ รังษี;มารค ตามไท
ลักษณ์วัต ปาละรัตน์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ทฤษฎีเกี่ยวกับการอ้างเหตุผลสนับสนุนความเชื่อ : มูลฐานนิยมหรืออมูลฐานนิยม
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มารค ตามไท
สิริเพ็ญ พิริยจิตรกรกิจ
วิทยานิพนธ์/Thesis
แบบการอธิบายในพระนิพนธ์ทางประวัติศาสตร์ของ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ : การวิเคราะห์ปรัชญา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มารค ตามไท
พรชัย คุ้มทวีพร
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปัญหาปรัชญาในตรรกวิทยาโมดัล
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มารค ตามไท
สวัสดิ์ สุวรรณสังข์
วิทยานิพนธ์/Thesis
ปัญหาของประสบการณ์นิยมในการเข้าใจประสบการณ์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มารค ตามไท
สรยุทธ ศรีวรกุล
วิทยานิพนธ์/Thesis
เทคโนโลยีเป็นกลางหรือไม่?
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิทย์ วิศทเวทย์;มารค ตามไท
องอาจ อิฐมอญ
วิทยานิพนธ์/Thesis
การดื้อแพ่งกับการลงโทษ : การวิเคราะห์เชิงปรัชญา
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มารค ตามไท
พีระพล คดบัว
วิทยานิพนธ์/Thesis
Non-creativity and explicit definitions
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;มารค ตามไท
ทัศนีย์ อารยะตระกูลลิขิต
วิทยานิพนธ์/Thesis
การเปลี่ยนแปลงในวิทยาศาสตร์และการเพิ่มพูนของความรู้
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
;มารค ตามไท
สิริเพ็ญ พิริยจิตรกรกิจ
วิทยานิพนธ์/Thesis
Copyright 2000 - 2026 ThaiLIS Digital Collection Working Group. All rights reserved.
ThaiLIS is Thailand Library Integrated System
สนับสนุนโดย สำนักงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการศึกษา
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
328 ถ.ศรีอยุธยา แขวง ทุ่งพญาไท เขต ราชเทวี กรุงเทพ 10400 โทร. โทร. 02-232-4000
กำลัง ออน์ไลน์
ภายในเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 0
ภายนอกเครือข่าย ThaiLIS จำนวน 4,013
รวม 4,013 คน

More info..
นอก ThaiLIS = 82,098 ครั้ง
มหาวิทยาลัยสังกัดทบวงเดิม = 98 ครั้ง
มหาวิทยาลัยราชภัฏ = 29 ครั้ง
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล = 3 ครั้ง
รวม 82,228 ครั้ง
Database server :
Version 2.5 Last update 1-06-2018
Power By SUSE PHP MySQL IndexData Mambo Bootstrap
มีปัญหาในการใช้งานติดต่อผ่านระบบ UniNetHelp


Server : 8.199.136
Client : Not ThaiLIS Member
From IP : 18.97.9.173